Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 223

เล่ม มมร. 61 หน้า 223 ข้อ 2224 2225 2226 2227
[๒๒๒๔] ฝ่ายขัตติยราชกุมาร ได้ทอดพระเนตร เห็นพระฤาษีจมลงไปในมหรรณพ จึงได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ ด้วยความอนุเคราะห์ต่อพระฤาษีนั้น ความว่า [๒๒๒๕] ตัวท่านเองมาด้วยฤทธิ์ บนน้ำอันไม่ แตกแยก ครั้นถึงความระคนด้วยสตรีแล้ว ต้องจมลง ในมหรรณพ ธรรมดาสตรีมีปกติหมุนเวียน มีมายา มาก มักทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมทำนักพรตให้ จมลง ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรีทั้งหลาย มีวาจาไพเราะ เจรจานุ่มนวล ถมไม่รู้ จักเต็ม เหมือนกับนทีธาร ย่อมยังนักพรตให้จมลง ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรี ทั้งหลายย่อมเข้าไปซ่องเสพบุรุษใด ด้วยความพอใจ หรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมพลันตามเผาผลาญบุรุษนั้น เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ตนเอง ฉะนั้น. [๒๒๒๖] ความเบื่อหน่ายได้เกิดมีแก่ฤาษี เพราะ ได้ฟังถ้อยคำของขัตติยราชกุมาร ฤาษีนั้นกลับได้ทาง อันมีมาก่อน แล้วเหาะขึ้นไปยังเวหาส. [๒๒๒๗] ฝ่ายขัตติยราชกุมารผู้ทรงพระปรีชา ได้ทอดพระเนตรเห็นพระฤาษี กำลังเหาะไปยังเวหาส จึงได้ความสลดจิต น้อมพระทัยสู่การบรรพชา ต่อ แต่นั้น ขัตติยราชกุมารก็ทรงบรรพชา สำรอกกาม ราคะแล้วได้เข้าถึงพรหมโลก. จบมหาปโลภนชาดกที่ ๑๐
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka