Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 229

เล่ม มมร. 61 หน้า 229 ข้อ 2227
ครั้งนั้น มีฤาษีตนหนึ่ง มาถึงบรรณศาลานั้น โดยทางเบื้องบนสมุทร เข้าไปยังบรรณศาลาของพระ- ราชกุมาร ในเวลาที่นางกุมาร จัดแจงภัตตาหารไว้แล้ว. ชายาของพระราชกุมาร ประเล้าประโลมฤาษีนั้น ดูเถิด กรรมที่นางกุมารีทำนั้นหยาบช้าเพียงไร ฤาษี นั้นเคลื่อนจากพรหมจรรย์เสื่อมจากฤทธิ์. ฝ่ายพระราชโอรสแสวงหามูลผลาผลในป่าได้ จำนวนมากแล้ว ครั้นถึงเวลาเย็น จึงใส่หาบขนเข้าไป สู่อาศรม. ฝ่ายพระฤาษีพอเห็นพระขัตติยราชกุมาร จึงรีบ เข้าไปยังฝั่งสมุทร ด้วยตั้งใจว่า เราจักไปทางเวหาส แต่ต้องจมลงในมหรรณพนั่นเอง. ฝ่ายขัตติยราชกุมาร ได้ทอดพระเนตรเห็นฤาษี จมลงในมหรรณพ จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ด้วย ความอนุเคราะห์ต่อพระฤาษีนั้นว่า ตัวท่านเองมาด้วยฤทธิ์ บนน้ำอันไม่แตกแยก ครั้นถึงความระคนด้วยสตรีแล้วต้องจมลงในมหรรณพ ธรรมดาสตรีมีปกติหมุนเวียน มีมายามาก มักทำ พรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมทำนักพรตให้จมลง ท่าน รู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรีทั้งหลาย มีวาจาไพเราะ เจรจานุ่มนวล ถมไม่เต็มเหมือนกับ นทีธาร ย่อมยังนักพรตให้จมลง ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka