Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 230

เล่ม มมร. 61 หน้า 230 ข้อ 2227
พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรีทั้งหลายย่อมเข้าไปซ่อง- เสพบุรุษใด ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อม พลันตามเผาผลาญบุรุษนั้น เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ ตนเองฉะนั้น. ความเบื่อหน่ายได้เกิดมีแก่ฤาษี เพราะได้ฟัง ถ้อยคำของขัตติยราชกุมาร ฤาษีนั้นกลับได้ทางอันมี มาก่อน แล้วเหาะขึ้นไปยังเวหาส. ฝ่ายขัตติยราชกุมารผู้ทรงพระปรีชา ได้ทอด- พระเนตรเห็นพระฤาษีกำลังเหาะไปยังเวหาส จึงได้ ความสลดจิต น้อมพระทัยสู่การบรรพชา ต่อแต่นั้น ขัตติยราชกุมารก็ทรงบรรพชา สำรอกกามราคะแล้ว ได้เข้าถึงพรหมโลก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนฺเตปุรํ ได้แก่ พระราชฐานอันเป็น ที่อยู่ของพระกุมาร. บทว่า พหุํ ความว่า ให้แปลก ๆ ไปมากอย่าง. บทว่า กามูปสญฺหิตํ ความว่า ผลัดเปลี่ยนขับลำนำ อันมีใจความกระตุ้นกามารมณ์. บทว่า กามจฺฉนฺทสฺส ความว่า กามฉันท์บังเกิดขึ้นแก่พระอนิตถิคันธกุมาร นั้น. บทว่า ชนํ ได้แก่ ปริจาริกชนผู้อยู่ใกล้พระองค์. บทว่า อุจฺจาวจํ ได้แก่ เพลงที่มีเสียงสูงและต่ำ. บทว่า ภุญฺเชยฺย ความว่า ถ้าหากพระองค์ พึงบริโภค (กามคุณ) ไซร้. บทว่า ฉินฺเทยฺยุ ตํ ความว่า ขึ้นชื่อว่ากาม ทั้งหลายเหล่านั้น จะพึงเป็นที่โปรดปรานพอพระทัย ของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง. พระราชกุมารทรงสดับว่า สมุทฺทา (คลื่นสมุทร) ดังนี้แล้วทรง นิ่งเฉยเสีย. แม้ในวันรุ่งขึ้น นางกุมาริกาก็ขับร้องอยู่อย่างนั้น. เมื่อเป็นเช่นนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka