Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 377

เล่ม มมร. 61 หน้า 377 ข้อ 2351
นายพรานผู้ถือเอางาทั้งคู่ ของพญาคชสารอัน อุดม หางาอื่นเปรียบปานมิได้ในปฐพี กลับมายัง พระนครกาสีในกาลนั้นเป็นเทวทัต. พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากความกระวนกระวาย ความเศร้าโศก และกิเลสดุจลูกศร ตรัสรู้ยิ่งด้วย พระองค์เองแล้วได้ตรัสฉัททันตชาดกนี้ อันเป็นของ เก่า ไม่รู้จักสิ้นสูญ ซึ่งพระองค์ท่องเที่ยวไปตลอด กาลนาน เป็นบุรพจรรยทั้งสูง ทั้งต่ำ ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คราวครั้งนั้น เราเป็นพญา- ช้างฉัททันต์ อยู่ที่สระฉัททันต์นั้น เธอทั้งหลายจง ทรงจำชาดกไว้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบฉันทันตชาดกที่ ๔ อรรถกถาฉัททันตชาดก พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภ ภิกษุณีสาวรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กึ นุ โสจสิ ดังนี้. เล่ากันมาว่า นางภิกษุณีนั้นเป็นธิดาของตระกูลหนึ่ง ในพระนคร สาวัตถี เห็นโทษในฆราวาสแล้วออกบวชในพระศาสนา วันหนึ่งไปเพื่อจะ ฟังธรรม พร้อมกับพวกนางภิกษุณี เห็นพระรูปโฉมอันบังเกิดขึ้นด้วยบุญญา-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka