Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 376

เล่ม มมร. 61 หน้า 376 ข้อ 2349 2350 2351
แล้วยกเอานางช้างสัพพภัททาตัวเป็นมเหสี ให้เป็นหัว หน้าพากันกลับยังที่อยู่ของตนทั้งหมด. [๒๓๔๙] นายพรานนั้นนำงาทั้งคู่ของพญาคช- สาร อันอุดมไพศาลงดงาม ไม่มีงาอื่นในพื้นปฐพี จะ เปรียบได้ ส่องรัศมีดุจสีทอง สว่างไสวไปทั่วทั้ง ไพรสณฑ์ มาถึงยังพระนครกาสีแล้ว น้อมนำงาทั้งคู่ เข้าไปถวายพระนางสุภัททา กราบทูลว่า พญาช้าง ล้มแล้ว ขอเชิญพระนางทอดพระเนตรงาทั้งคู่นี้เถิด. [๒๓๕๐] พระนางสุภัททาผู้เป็นพาล ครั้นทอด พระเนตรเห็นงาทั้งสองของพญาคชสารอันอุดม ซึ่ง เป็นปิยภัสดาของตนในชาติก่อนแล้ว หทัยของพระนาง แตกทำลาย ณ ที่นั้นเอง ด้วยเหตุนั้นแล พระนาง จึงได้สวรรคต. [๒๓๕๑] พระบรมศาสดาได้บรรลุพระสัมโพธิ- ญาณแล้ว มีอานุภาพมา ได้ทรงทำการแย้มในท่าม กลางบริษัท ภิกษุทั้งหลายผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว พากัน กราบทูลถามว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย หาได้ทรงทำ การแย้มให้ปรากฏโดยไร้เหตุผลไม่. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลายจงดู กุมารีสาวคนนั้น นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ประพฤติ อนาคาริยวัตร นางกุมารีคนนั้นแล เป็นนางสุภัททา ในกาลนั้น เราตถาคต เป็นพญาช้างในกาลนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka