Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 560

<< | หน้าที่ 560 | >>
{๒๓๔๘} [๑๓๐] ช้างเหล่านั้นต่างคร่ำครวญร้องไห้อยู่ ณ ที่นั้น

โปรยฝุ่นลงที่ศีรษะของตน ทั้งหมดให้นางช้างตัวประเสริฐกว่า

ช้างทั้งหมดเดินนำหน้าแล้วพากันกลับไปสถานที่อยู่ของตน

{๒๓๔๙} [๑๓๑] นายพรานนั้นนำงาทั้งคู่ของพญาคชสารตัวประเสริฐ

ซึ่งมีความสวยงามหาที่เปรียบมิได้ในพื้นปฐพี

ส่องรัศมีเปล่งปลั่งดังสายรุ้งทอง สว่างไสวไปทั่วไพรสณฑ์

เข้าไปยังกรุงกาสี แล้วน้อมงาทั้งคู่เข้าไปถวายพระราชกัญญา

กราบทูลว่า พญาช้างถูกข้าพระพุทธเจ้าฆ่าแล้ว

งาคู่นี้เป็นงาของพญาช้างนั้น

{๒๓๕๐} [๑๓๒] เพราะทอดพระเนตรเห็นงาทั้งคู่ของพญาคชสารตัวประเสริฐ

ซึ่งเป็นภัสดาที่รักในชาติปางก่อน

พระหฤทัยของพระนางก็ได้แตกทำลาย ณ สถานที่นั้นนั่นเอง

พระนางผู้เป็นคนพาลได้สวรรคตเพราะเหตุนั้นนั่นแหละ

(พระเถระผู้สังคายนาพระธรรมเมื่อจะพรรณนาคุณของพระทศพล จึงได้ กล่าวว่า)

{๒๓๕๑} [๑๓๓] ก็พระบรมศาสดาทรงบรรลุสัมโพธิญาณ

ทรงมีอานุภาพมาก ได้ทรงแย้มท่ามกลางบริษัท

ภิกษุทั้งหลายผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้วพากันกราบทูลว่า

ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายหาได้กระทำการแย้มให้ปรากฏ

ในเพราะสิ่งมิใช่เหตุไม่

[๑๓๔] เธอทั้งหลายจงดูกุมารีสาวซึ่งครองผ้ากาสาวพัสตร์

ประพฤติเป็นผู้ไม่ครองเรือน

ภิกษุณีนั้นได้เป็นพระนางราชกัญญาในครั้งนั้น

ส่วนตถาคตได้เป็นพญาช้างในครั้งนั้น

[๑๓๕] นายพรานผู้นำงาทั้งคู่ของพญาคชสารตัวประเสริฐ

ซึ่งมีความสวยงามหาที่เปรียบมิได้ในพื้นปฐพี

เข้าไปยังกรุงกาสีในกาลนั้น ได้เป็นพระเทวทัต


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka