Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 415

เล่ม มมร. 61 หน้า 415 ข้อ 2369
อนึ่ง กษัตริย์พระองค์ใด ทรงทราบว่า ควรจะ ทำฐานะเหล่านี้ กษัตริย์พระองค์นั้น ย่อมทรงพระ เจริญทุกเมื่อ ดุจพระจันทร์ ในสุกปักษ์ ฉะนั้น. กษัตริย์พระองค์นั้น ย่อมเป็นที่รักใคร่ของพระ ประยูรญาติทั้งหลายด้วย ย่อมทรงรุ่งโรจน์ในหมู่มิตร ด้วย ท้าวเธอมีพระปรีชา เมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว ย่อม เข้าถึงโลกสวรรค์. จบสัมภวชาดกที่ ๕ อรรถกถาสัมภวชาดก พระบรมศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรง พระปรารภพระปัญญาบารมี ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า รชฺชญฺจ ปฏิปนฺนสฺสา ดังนี้. เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้ง ในมหาอุมมังคชาดก. ส่วนเรื่องในอดีตมีว่า พระราชาทรงพระนามว่า ธนัญชยโกรัพยะ เสรยราชสมบัติในอินทปัตต- นคร แคว้นกุรุ พราหมณปุโรหิต นามว่า สุจีรตะ ได้เป็นผู้กล่าวสอน อรรถธรรมของพระองค์. พระราชาทรงบำเพ็ญบุญกุศลมีทานเป็นต้น ทรง ครองราชสมบัติโดยทศพิธราชธรรม ครั้นวันหนึ่ง จะทรงถกปัญหาชื่อธัมม- ยาคะ จึงเชิญสุจีรตพราหมณ์ให้นั่งบนอาสนะ ทรงทำสักการะแล้ว เมื่อจะ ตรัสถาม ได้ตรัสคาถา ๔ คาถา ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka