Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 428

เล่ม มมร. 61 หน้า 428 ข้อ 2369
ทั้งหลาย รู้จักม้าอาชาไนยตัวเจริญ เพราะประกอบไปด้วยฝีเท้า มิใช่เพราะ รูปร่าง หน้าตา. บทว่า วาหิเย ความว่า ชนทั้งหลายรู้จักโคพลิพัทธ์ ว่าโคนี้ ประเสริฐแท้ เพราะนําภาระไปได้ ในเมื่อมีภาระที่จะพึงนำไป. บทว่า โทเหน ความว่า รู้จักแม่โคนมว่ามีน้ำนมดี เพราะถึงพร้อมด้วย น้ำนม. ในบทว่า ภาสมานํ นี้ ความว่า รู้จักว่าเป็นบัณฑิต เมื่อพูด เรื่องราวต่าง ๆ. นักปราชญ์พึงนําสูตรว่าด้วยบัณฑิตกับคนพาลมาแสดงประกอบ. เมื่อสัญชยกุมาร สรรเสริญสัมภวกุมารอยู่อย่างนี้ สุจีรตพราหมณ์ คิดว่า เราถามปัญหาดูแล้ว จักรู้กัน ดังนี้ แล้วจึงถามว่า ดูก่อนกุมาร น้องชายของเจ้าอยู่ไหนเล่า ลำดับนั้น สัญชยกุมารจึงเปิดสีหบัญชร ชี้มือ บอกสุจีรตพราหมณ์ว่า นั่น สัมภวกุมาร คนที่มีผิวพรรณผ่องใสคล้ายทองคำ กำลังเล่นอยู่กับเพื่อนเด็ก ๆ ระหว่างถนนริมประตูปราสาท นี้คือน้องชายของ ข้าพเจ้า เชิญท่านไปหาแล้วไต่ถามเขาดู เขาจักบอกปัญหาแก่ท่านได้ โดย ลีลาแห่งพระพุทธเจ้า สุจีรตพราหมณ์ ฟังคำของสัญชยกุมารแล้ว ลงจาก ปราสาท ไปยังสำนักของสัมภวกุมาร. มีคำถามสอดเข้ามาว่า ไปเวลาไหน ? แก้ว่า ไปในเวลาที่สัมภวกุมาร ยืนเปลื้องผ้านุ่งออกพาดไว้ที่ตอ เอามือทั้งสอง กอบฝุ่นเล่น. เมื่อพระบรมศาสดา จะทรงกระทำเนื้อความนั้นให้แจ่มแจ้ง จึงตรัส พระคาถา ความว่า มหาพราหมณ์ ภารทวาชโคตร นั้นได้ไปยัง สำนักของสัมภวกุมาร เห็นเธอกำลังเล่นอยู่นอกบ้าน. ฝ่ายพระมหาสัตว์เจ้า เห็นพราหมณ์มายืนอยู่ข้างหน้า จึงถามว่า ข้า แต่ท่านพ่อ ท่านมาด้วยประสงค์สิ่งไร เมื่อสุจีรตพราหมณ์บอกว่า พ่อกุมาร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka