Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 429

เล่ม มมร. 61 หน้า 429 ข้อ 2369
เราเที่ยวไปในพื้นชมพูทวีป ก็ไม่พบผู้ที่สามารถจะแก้ปัญหาที่เราถามได้ จึง ได้มายังสำนักของเจ้าดังนี้แล้ว จึงคิดว่า ทราบว่า ปัญหาที่ใคร ๆ วินิจฉัย ไม่ได้ในสกลชมพูทวีป ตกมาถึงสำนักของเรา เราเป็นคนแก่ด้วยความรู้ ดังนี้ รู้สึกละอายใจ จึงทิ้งฝุ่นที่อยู่ในกำมือเสีย ดึงผ้าที่ตอมามานุ่ง แล้วปวารณา โดย สัพพัญญุตญาณว่า เชิญถามเถิดท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าจักบอกท่านโดย ลีลาแห่งพระพุทธเจ้า. ลำดับนั้น สุจีรตพราหมณ์ ถามปัญหาด้วยคาถา ความว่า เราเป็นราชทูตของพระเจ้า โกรัพยราช ผู้ยงยศ ทรงส่งมา พระองค์ผู้ยุธิฏฐิลโคตร ดำรัสถามถึงอรรถ และธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูก่อนสัมภวกุมาร ท่านถูกถามแล้ว ขอจงบอกอรรถและธรรมนั้นเถิด. ใจความแห่งปัญหานั้นว่า เกียรติคุณแห่งสัมภวบัณฑิต ได้ปรากฏ เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญ ท่ามกลางแห่งดวงดาวฉะนั้น. ลำดับนั้น สัมภวกุมาร จึงกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงคอยฟัง เมื่อ จะวิสัชนาธัมมยาคปัญหา กล่าวคาถา ความว่า เชิญฟัง ข้าพเจ้า จักแก้ปัญหาแก่ท่าน อย่างนัก ปราชญ์ อนึ่ง พระราชาย่อมทรงทราบอรรถ และ ธรรมนั้นได้ แต่จักทรงทำตามหรือไม่ ไม่ทราบ. เมื่อสัมภวกุมารยืนแสดงธรรมอยู่ระหว่างถนน ด้วยเสียงอันไพเราะ เสียงกึกก้องไปทั่วพระนครพาราณสี ประมาณ ๑๒ โยชน์ ลำดับนั้น พระ ราชาและอุปราชเป็นต้นทั้งหมด มาประชุมกันแล้ว พระมหาสัตว์เจ้า จึงเริ่ม แสดงธรรมเทศนา ในท่ามกลางมหาชน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka