บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตคฺฆ เป็นคำเชิญให้สดับการพยากรณ์
ปัญหาแง่เดียว. บทว่า ยถาปิ กุสโล ความว่า พระมหาสัตว์เจ้า แสดง
ธรรมแก่สุจีรตพราหมณ์ว่า พระสัพพัญญูผู้ทรงฉลาดยิ่ง ตรัสบอกฉันใด
ข้าพเจ้าก็จักบอกแก่ท่านโดยส่วนเดียวฉันนั้น. บทว่า ราชา จ โข ตํ
ความว่า ข้าพเจ้าจักบอกปัญหานั้น โดยประการที่พระราชาของท่านจะทรง
ทราบได้ ยิ่งกว่านั้น พระราชา ย่อมทรงทราบอรรถธรรมนั้นได้อย่างนี้ พระ
องค์จะทรงกระทำตาม หรือไม่ทรงกระทำตามก็ตาม ปัญหานั้นจักเกิดมีแก่
ท้าวเธอ ผู้ทรงกระทำตาม หรือไม่ทรงกระทำตามทีเดียว แต่โทษผิดของเรา
ไม่มี.
ครั้นสัมภวกุมาร ปฏิญาณณการกล่าวแก้ปัญหา ด้วยคาถาอย่างนี้แล้ว
บัดนี้ เมื่อจะกล่าวธัมมยาคปัญหาต่อไป จึงกล่าวคาถา ความว่า
ข้าแต่สุจีรตพราหมณ์ บุคคลผู้ถูกพระราชา
ตรัสถามแล้ว พึงทูลกิจที่ควรทำในวันนี้ ให้ทำในวัน
พรุ่งนี้ พระเจ้ายุธิฏฐิละ อย่าได้ทรงทำตาม ในเมื่อ
ประโยชน์เกิดขึ้น.
ข้าแต่ท่านสุจีรตะ เมื่อบุคคลถูกพระราชาดำรัส
ถาม พึงกราบทูลธรรมภายในเท่านั้น ไม่พึงให้เสด็จ
ไปยังหนทางผิด ดุจคนโง่หาความคิดมิได้ฉะนั้น.
กษัตริย์ไม่ควรลืมพระองค์ ไม่ควรประพฤติ
อธรรม ไม่ควรข้ามไปในที่มิใช่ท่า ไม่พึงทรงขวนขวาย
ในสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์.