Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 492

เล่ม มมร. 61 หน้า 492 ข้อ 2411 2412
เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ ราชสีห์ เสือโคร่ง และหมู่มฤคเหล่าอื่น ในป่าว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลายว่าเป็นที่พึง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ เทพยเจ้า อันเนาสถิตอยู่ที่กอหญ้าลดาชาติ และที่ เนาอยู่ ณ ภูเขาราวไพร ตลอดถึงดวงดาวในอากาศว่า ดิฉันขอถึงท่านทั้งหลาย เป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ เทพยเจ้า ผู้มีวรรณะเสมอดอกราชพฤกษ์ ผู้ยังดวงดาว ให้รุ่งเรือง งามในราตรีว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ เทพยเจ้า อันเนาสถิตอยู่ ณ แม่น้ำคงคา ชื่อภาคีรถี อันเป็นที่รับรองแม่น้ำอื่นว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง. เมื่อไม่พบพระราชสวามี พระนางก็วอนไหว้ เทพยเจ้าผู้เนาสถิตอยู่ ณ ขุนเขาหิมวันต์ อันล้วนแล้ว ไปด้วยหินว่า ดิฉันขอถึงท่านเป็นที่พึ่ง. [๒๔๑๑] ดูก่อนพระราชบุตรีผู้มียศ เธอมาเสีย จนค่ำทีเดียวหนอ วันนี้เธอมากับใครเล่า ใครหนอ เป็นที่รักของเธอยิ่งกว่าเรา. [๒๔๑๒] หม่อมฉันถูกศัตรูมันจับไว้ ได้กล่าว คำนี้ว่า ถึงยักษ์จะกินเราเสีย เราก็ไม่มีความทุกข์ ทุกข์อยู่แต่ว่า พระหฤทัยของทูลกระหม่อมของเราจะ เคลือบแคลงเป็นอย่างอื่นไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka