บัณฑิตได้ฟังนรกเหล่านี้ และนรกเหล่าอื่น อัน
ชั่วช้ากว่านี้ ในที่นี้แล้วคงประพฤติธรรม ในสมณ-
พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้กระทำอย่างนี้ ย่อมเข้าถึงแดน
สวรรค์.
[๒๔๖๕] (ท้าวสักกเทวราช ตรัสว่า) ข้าพเจ้าขอ
อนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน ขอถามปัญหาข้ออื่น
กะท่าน ขอเชิญท่านกล่าวแก้ปัญหานั้นด้วย.
บัณฑิตเรียกคนเช่นไรว่า มีศีล เรียกคนเช่นไรว่า
มีปัญญา เรียกคนเช่นไรว่า สัตบุรุษ สิริย่อมไม่ละ
คนเช่นไรหนอ ?
[๒๔๖๖] (สรภังคดาบส ทูลว่า) บุคคลใดในโลก
นี้ เป็นผู้สำรวมด้วย กาย วาจา และใจ ไม่ทำบาป
กรรมอะไร ๆ ไม่พูดพล่อย ๆ เพราะเหตุแห่งตน
บัณฑิตเรียกบุคคลเช่นนั้นว่า เป็นผู้มีศีล.
บุคคลใดคิดปัญหาอันลึกซึ้ง ได้ด้วยใจ ไม่ทำ
กรรมอันหยาบช้า อันหาประโยชน์มิได้ ไม่ปิดทาง
แห่งประโยชน์อันมาถึงตามกาล บัณฑิตเรียกบุคคล
เช่นนั้น ว่ามีปัญญา.
บุคคลใดแลเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที มีปัญญา
มีกัลยาณมิตรและมีความภักดี มั่นคง ช่วยทำกิจของ
มิตรผู้ตกยาก โดยเต็มใจ บัณฑิตเรียกบุคคลเช่นนั้น
ว่า สัตบุรุษ.