Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 607

<< | หน้าที่ 607 | >>
[๗๒] อนึ่ง พระเจ้าอัชชุนะทรงตกนรกชื่อสัตติสูละ

ทรงมีพระเศียรห้อยลง พระบาทชี้ขึ้นเบื้องบน

เพราะทรงเบียดเบียนพระอังคีรสโคตมฤๅษีผู้มีขันติ

มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์มาช้านาน

[๗๓] อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดได้ทรงตัดบรรพชิตผู้กล่าวขันติ

ผู้สงบ ไม่ประทุษร้าย ขาดออกเป็นท่อน ๆ

พระราชาพระองค์นั้นทรงพระนามว่าพระเจ้ากลาพุ

ตกอเวจีมหานรกซึ่งมีความร้อนร้ายแรง

มีเวทนาเผ็ดร้อน น่าหวาดกลัว หมกไหม้อยู่

[๗๔] บัณฑิตได้ฟังเรื่องนรกเหล่านี้

และนรกเหล่าอื่นที่ชั่วช้ากว่านี้ ณ ที่นี่แล้ว

พึงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย

ผู้กระทำอย่างนี้ย่อมเข้าถึงแดนสวรรค์

(ท้าวสักกะตรัสถามปัญหา ๔ ข้อที่เหลือว่า)

{๒๔๖๕} [๗๕] โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า

แต่โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า

ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น

บัณฑิตเรียกคนเช่นไรว่า มีศีล

เรียกคนเช่นไรว่า มีปัญญา

เรียกคนเช่นไรว่า สัตบุรุษ

สิริย่อมไม่ละคนเช่นไรหนอ

(พระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบปัญหาของท้าวสักกะว่า)

{๒๔๖๖} [๗๖] บุคคลใดในโลกนี้ สำรวมกาย วาจา ใจ

ไม่ทำบาปกรรมอะไร ไม่พูดเหลาะแหละเพราะเหตุแห่งตน

บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่า ผู้มีศีล


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka