Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 623

เล่ม มมร. 61 หน้า 623 ข้อ 2477
หรือเพราะเหตุมุ่งอามิส. ถึงเนื้อความนี้ จะสำเร็จด้วยบทนี้ว่า สำรวมด้วย วาจาดังนี้ ก็จริง ถึงอย่างนั้น เพื่อแสดงเนื้อความให้หนัก ควรทราบว่าท่าน กล่าวอย่างนี้อีกว่า ก็ความชั่วที่จะชื่อว่า คนผู้มักพูดเท็จไม่ทำไม่มี. บทว่า คมฺภีรปญฺหํ ความว่า (บุคคลใดคิดค้น) ปัญหาอันลึกซึ้ง ลี้ลับ กำบัง ทั้งโดยอรรถและบาลี เช่นเดียวกับปัญหาที่มา ในสัตตุภัสตชาดก สัมภวชาดก และอุมมังคชาดก. บทว่า มนสา วิจินฺตยํ ความว่า บุคคล ใด คิดค้นได้ด้วยใจ แทงตลอดเนื้อความ สามารถเพื่อจะกล่าวแก้ กระทำ ให้ปรากฏดุจยังพระจันทร์ พระอาทิตย์ให้ตั้งขึ้นตั้งพันดวง. บทว่า นจฺจาหิตํ ความว่า และบุคคลใดไม่กระทำกรรม อันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลยิ่ง คือ ล่วงเลยประโยชน์ หยาบช้า เผ็ดร้อน สาหัส อนึ่ง เพื่อจะยังเนื้อความนี้ให้ แจ่มแจ้ง ควรกล่าวภูริปัญหาว่า บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่สร้างบาปกรรม เพราะ เหตุแห่งความสุขของตน สัตบุรุษทั้งหลายแม้อันทุกข์ ถูกต้อง พลั้งพลาดลง ย่อมไม่ละธรรม เพราะความ รักและความชัง. บทว่า กาลคตํ ความว่า บุคคลใดเมื่อยังทานเป็นต้นเหล่านี้ให้ถึง พร้อม ด้วยคิดว่า กาลนี้เป็นกาลควรให้ทาน เป็นกาลที่จะรักษาศีล เป็นกาล เข้าจำอุโบสถ เป็นกาลตั้งมั่นในสรณะ เป็นการกระทำบรรพชา เป็นกาลบำ- เพ็ญสมณธรรม เป็นวาระที่ควรบำเพ็ญวิปัสสนา ชื่อว่าย่อมไม่ริดรอน คือ ไม่ยังทางแห่งประโยชน์ อันมาถึงโดยกาลให้เสื่อมไป. บทว่า ตถาวิธํ ความว่า ดูก่อนท้าวสักกะ พระสัพพัญญูพุทธะก็ดี พระปัจเจกพุทธะก็ดี พระมหาสัตว์ ก็ดี เมื่อจะกล่าวถึงคนมีปัญญา ย่อมกล่าวถึงบุคคลเห็นปานนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka