Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 624

เล่ม มมร. 61 หน้า 624 ข้อ 2477
ในบทว่า โย เว นั้น มีอธิบายดังนี้ บุคคลใดรู้จักคุณ อันผู้อื่น ทำแล้วแก่ตน ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญู อนึ่ง ครั้นรู้อย่างนี้แล้ว ทำการตอบแทน คุณของเขาที่ได้ทำคุณไว้แก่ตน ชื่อว่าเป็นผู้กตเวที. บทว่า ทุกฺขิตสฺส ความว่า บุคคลใดยกความทุกข์แห่งสหายของตน ผู้ถึงทุกข์ขึ้นไว้ในตน ช่วยทำให้กิจ อันเกิดขึ้นแก่สหายนั้น ด้วยมือของตนโดยเคารพ พระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อม กล่าวบุคคลนั้น ผู้เห็นปานนี้ ว่าเป็นสัตบุรุษ อีกอย่างหนึ่ง ธรรมดาสัตบุรุษ ทั้งหลาย ย่อมเป็นผู้มีความกตัญญู กตเวที เพราะฉะนั้น ควรกล่าวถึงชาดก เช่น สตปตชาดก จุลลหังสชาดก และมหาหังสชาดกเป็นต้น. บทว่า เอเตหิ สพฺเพหิ ความว่า ดูก่อนท้าวสักกเทวราช บุคคล ใดเข้าถึงด้วยคุณสมบัติ มีศีลเป็นต้น ดังที่กล่าวแล้วในหนหลัง เหล่านี้ทั้งหมด. บทว่า สทฺโธ ความว่า ประกอบด้วยโอกัปปนสัทธา (ศรัทธา คือความ เชื่อมั่น). บทว่า มุทุ ได้แก่ เป็นผู้มีปกติพูดจาน่ารัก. บทว่า สํวิภาคี ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้จำแนกแจกทานด้วยดี เพราะความเป็นผู้ยินดียิ่ง ในการ จำแนกศีล จำแนกทาน ชื่อว่า วทัญญู ผู้รู้ถ้อยคำ เพราะสามารถรู้ถ้อยคำของ ยาจก แล้วจึงให้. บทว่า สงฺคาหกํ ความว่า ชื่อว่าผู้สงเคราะห์ เพราะ สงเคราะห์ชนนั้น ๆ ด้วยสังคหวัตถุ ๔. ชื่อว่า มีวาจาสละสลวย เพราะ กล่าวถ้อยคำไพเราะ. ชื่อว่า มีวาจาอ่อนหวาน เพราะมีถ้อยคำเกลี้ยงเกลา. บทว่า ตถาวิธํ โน ความว่า สิริ กล่าวคือ ยศและลาภอันเลิศที่ได้แล้ว ย่อมไม่ละบุคคลเช่นนั้น คือ สิริของบุคคลนั้น ย่อมไม่พินาศไป. พระมหาสัตว์เจ้า วิสัชนาปัญหา ๔ ข้อ ดุจยังพระจันทร์อันเต็มดวง ให้ตั้งขึ้นบนพื้นท้องฟ้าฉะนั้น ด้วยประการฉะนี้ ถัดจากนั้นไป เป็นปุจฉา และวิสัชนาปัญหาที่เหลือ ท้าวสักกเทวราช ตรัสคาถา ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka