Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 716

เล่ม มมร. 61 หน้า 716 ข้อ 2549
คน ชาวแว่นแคว้น จักว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง เพราะเหตุนั้น เธอยังบวชไม่ได้ พี่ จักบวชผู้เดียวเท่านั้น. มหาชนได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว พากันกลิ้งเกลือกแทบพระยุคลบาท ของพระมหาสัตว์ ปริเทวนาการ ทูลว่า เมื่อพระเจ้าสุตโสม ทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ข้า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จักกระทำอย่างไรเล่าพระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ตรัสว่า อย่าเลย ท่านทั้งหลายอย่าเศร้าโศก กันไปเลย ถึงเราจักดำรงอยู่ได้นาน ก็จักต้องพลัดพรากจากท่านทั้งหลาย เพราะสังขารที่เกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่าเที่ยงไม่มี เมื่อจะทรงแสดงธรรมแก่มหาชน จึงตรัสว่า เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของนิด หน่อย ดุจน้ำในโคลน ฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อย เหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย. เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของ นิดหน่อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของ น้อยเหลือเกินอย่างนี้ แต่พวกคนพาล ย่อมพากัน ประมาท. คนพาลเหล่านั้น อันเครื่องผูก คือ ตัณหาผูกไว้ แล้ว ย่อมยังนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปนิยฺยติทํ มญฺเ ความว่า ดูก่อน อาณาประชาราชฎร์ เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป ในสัตว์ทั้งหลาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka