Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 39

เล่ม มมร. 62 หน้า 39 ข้อ 31 32 33 34 35
[๓๑] ผู้ใดย่อมทำบาปด้วยความสำคัญว่า เรา เป็นผู้ยิ่งใหญ่ และครั้นกระทำแล้วก็ไม่สะดุ้งกลัวต่อ ชนเหล่าอื่น ผู้นั้นย่อมไม่เป็นอยู่ตลอดอายุยืนยาวเพราะ กรรมนั้น แม้เทวดาก็มองดูผู้นั้นด้วยนัยน์ตาอันเหยียด หยาม. [๓๒] ชนเหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม ย่อมรับทาน ที่เป็นของผู้อื่นอันเจ้าของมอบให้แล้ว ชนเหล่านั้น เป็นผู้รับด้วย เป็นผู้ให้ในทานนั้นด้วย ได้ชื่อว่าทำ กรรมอันมีผลเป็นสุขในเพราะทานนั้นแท้จริง. [๓๓] คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินทั้งโลก จะพึง เชื่อท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็น นางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรงจะพึงมีแก่ ท่าน. [๓๔] ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตี นั้นเป็นที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ข้าพระบาท ยอมถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ พระองค์จงทรง อภิรมย์อยู่กับนาง เต็มพระหฤทัยปรารถนาแล้ว จง ทรงสลัดเสีย. [๓๕] ผู้ใดก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยทุกข์ของตน หรือก่อความสุขของตนด้วยความสุขของผู้อื่น ผู้ใดรู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka