Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 55

เล่ม มมร. 62 หน้า 55 ข้อ 51
เดียว ชำเลืองดูเราประดุจนางเนื้อทราย มองดูนาย พราน ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้มีเล็บแดง มีขนงาม มีแขนนุ่มนิ่ม ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ มีนิ้วมือกลมเกลี้ยง มีกระบวนชดช้อย งามตั้งแต่ศีรษะจักได้ยั่วยวนเรา เมื่อไรหนอ ธิดาของท่านเศรษฐีติริฏิวัจฉะ ผู้มีทับ- ทรวงอันกระทำด้วยข่ายทอง เอวกลม จักกอดรัดเรา ด้วยแขนทั้งสองอันนุ่มนิ่ม ประดุจเถาย่านทราย รวบ รัดต้นไม้ที่เกิดในป่าใหญ่ ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้ มีผิวงามแดงดังน้ำครั่ง มีถันเป็นปริมณฑลดังฟองน้ำ มีอวัยวะฉาบด้วยผิวหนังเปล่งปลั่งดังดอกบุณฑริก จัก จรดปากด้วยปากกะเรา เหมือนดังนี้เลงสุราจรดจอก สุราให้แก่นักเลงสุรา ฉะนั้น ในกาลใด เราได้เห็น นางผู้มีร่างกายทุกส่วนอันน่ารื่นรมย์ใจยืนอยู่ ในกาล นั้น เราไม่รู้สึกอะไร ๆ แก่จิตของตนเลย เราได้เห็น นางอุมมาทันตีผู้สวมสอดกุณฑลมณีแล้วนอนไม่หลับ ทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนแพ้ข้าศีลมาตั้งพันครั้ง ถ้าท้าวสักกะพึงประทานพรให้แก่เรา ขอให้เราพึงได้ พรนั้นเถิด อภิปารกเสนานดีพึงรื่นรมย์อยู่กับนาง อุมมาทันตีคืนหนึ่งหรือสองคืน ต่อจากนั้น พระเจ้า- สีวิราช พึงได้รื่นรมย์บ้าง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุณฺณมาเส ได้แก่ ในคือพระจันทร์- เพ็ญ. บทว่า นิคมนฺทโลจนา ความว่า ชื่อว่า มิคมันทโลจนา เพราะอรรถว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka