เดียว ชำเลืองดูเราประดุจนางเนื้อทราย มองดูนาย
พราน ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้มีเล็บแดง มีขนงาม
มีแขนนุ่มนิ่ม ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ มีนิ้วมือกลมเกลี้ยง
มีกระบวนชดช้อย งามตั้งแต่ศีรษะจักได้ยั่วยวนเรา
เมื่อไรหนอ ธิดาของท่านเศรษฐีติริฏิวัจฉะ ผู้มีทับ-
ทรวงอันกระทำด้วยข่ายทอง เอวกลม จักกอดรัดเรา
ด้วยแขนทั้งสองอันนุ่มนิ่ม ประดุจเถาย่านทราย รวบ
รัดต้นไม้ที่เกิดในป่าใหญ่ ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้
มีผิวงามแดงดังน้ำครั่ง มีถันเป็นปริมณฑลดังฟองน้ำ
มีอวัยวะฉาบด้วยผิวหนังเปล่งปลั่งดังดอกบุณฑริก จัก
จรดปากด้วยปากกะเรา เหมือนดังนี้เลงสุราจรดจอก
สุราให้แก่นักเลงสุรา ฉะนั้น ในกาลใด เราได้เห็น
นางผู้มีร่างกายทุกส่วนอันน่ารื่นรมย์ใจยืนอยู่ ในกาล
นั้น เราไม่รู้สึกอะไร ๆ แก่จิตของตนเลย เราได้เห็น
นางอุมมาทันตีผู้สวมสอดกุณฑลมณีแล้วนอนไม่หลับ
ทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนแพ้ข้าศีลมาตั้งพันครั้ง
ถ้าท้าวสักกะพึงประทานพรให้แก่เรา ขอให้เราพึงได้
พรนั้นเถิด อภิปารกเสนานดีพึงรื่นรมย์อยู่กับนาง
อุมมาทันตีคืนหนึ่งหรือสองคืน ต่อจากนั้น พระเจ้า-
สีวิราช พึงได้รื่นรมย์บ้าง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุณฺณมาเส ได้แก่ ในคือพระจันทร์-
เพ็ญ. บทว่า นิคมนฺทโลจนา ความว่า ชื่อว่า มิคมันทโลจนา เพราะอรรถว่า