นายเนสาทสดับคำนั้นจึงกล่าวว่า ดูก่อนท่านที่เจริญ ท่านอย่าพอใจ
ให้พระราชาทอดพระเนตรเลย ขึ้นชื่อว่าพระราชาทั้งหลายเป็นที่น่าเกรงกลัว
พึงกระทำท่านให้เป็นหงส์ระบำ หรือไม่ก็พึงฆ่าท่านเสีย. ลำดับนั้นสุมุขหงส์
จึงกล่าวกะนายเนสาทนั้นว่า ดูก่อนนายพรานผู้สหายผู้ให้ชีวิต ท่านอย่าได้คิด
ถึงข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าได้ทำคนหยาบช้าเช่นท่านให้อ่อนโยนด้วยธรรมกถา
ไฉนจักทำพระราชาให้เกิดความอ่อนโยนบ้างไม่ได้ ด้วยว่าพระราชาทั้งหลาย
เป็นผู้ฉลาดรู้จักวาจาที่เป็นสุภาษิตหรือทุพภาษิต ท่านจงนำข้าพเจ้าทั้งสองไป
ยังสำนักของพระราชาโดยเร็วเถิด แต่เมื่อจะนำไป อย่านำไปด้วยการผูกมัด
จงยังข้าพเจ้าให้เกาะในกรงดอกไม้นำไป อนึ่ง เมื่อท่านจะกระทำกรงดอกไม้
ท่านจงกระทำกรงของพญาหงส์ธตรฐให้ใหญ่ คาดด้วยดอกบัวสีขาว ส่วนของ
ข้าพเจ้าจงกระทำให้เล็ก คาดด้วยดอกบัวสีแดง แล้วจงพาพญาหงส์ธตรฐไป
ข้างหน้า พาข้าพเจ้าไปข้างหลัง กระทำให้ต่ำเล็กน้อย แล้วจงนำไปแสดงแด่
พระราชาเถิด. นายพรานนั้นสดับคำของสุมุขหงส์นั้นแล้ว จึงคิดว่า สุมุขหงส์
คงจะปรารถนาเฝ้าพระราชา ให้ประทานยศใหญ่แก่เรา ก็เกิดความโสมนัสยินดี
เอาเถาวัลย์อ่อน ๆ มากระทำให้เป็นกรง คาดด้วยดอกปทุมแล้ว ได้พาไป
โดยนัยดังกล่าวแล้วทีเดียว.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
นายพรานอันสุมุขหงส์กล่าวด้วยประการอย่างนี้
แล้ว จึงเอามือทั้งสองประคองพญาหงส์ทองตัวมีสีดัง
ทองคำ ค่อย ๆ วางลงในกรง นายพรานพาพญาหงส์
ทั้งสอง ซึ่งมีผิวพรรณอันผุดผ่อง คือ สุมุขหงส์และ
พญาหงส์ธตรฐซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป.