บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อชฺฌโวทหิ คือวางลงไว้แล้ว. บทว่า
ภสฺสรวณฺณิเน คือมีพรรณอันถึงพร้อมด้วยรัศมี.
ในเวลาที่นายลุททบุตรพาหงส์ทั้งสองไปด้วยอาการอย่างนี้ พญาหงส์
ธตรฐระลึกถึงพระราชธิดาของพญาปากหงส์ ซึ่งเป็นภรรยาของตน จึงเรียก
สุมุขหงส์แล้วพร่ำรำพันด้วยอำนาจกิเลส.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
พญาหงส์ธตรฐ อันนายพรานนำไปอยู่ ได้
กล่าวกะสุมุขหงส์ว่า ดูก่อนสุมุขะ เรากลัวนัก ด้วย
นางหงส์ที่มีผิวพรรณดังทองคำ มีขาได้ลักษณะ นาง
รู้ว่าเราถูกฆ่า ก็จักฆ่าตนเสียโดยแท้ ดูก่อนสุมุขะ
ก็ราชธิดาของพญาปากหงส์ นามว่าสุเหมา ซึ่งมีผิว
งามดังทองคำจักร่ำไห้อยู่ เหมือนนางนกกระเรียนที่
กำพร้า ร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทรฉะนั้นเป็นแน่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภายามิ ความว่า เรากลัวย่อมรณภัย.
บทว่า สามาย แปลว่า ด้วยนางที่มีผิวพรรณดังทองคำ. บทว่า ลกฺขณูรุยา
แปลว่า มีขาอันถึงพร้อมด้วยลักษณะ. บทว่า วธมญฺาย ความว่า เมื่อ
นางรู้ว่าเราถูกฆ่า คือเป็นผู้มีความสำคัญว่า สามีอันเป็นที่รักของเราถูกฆ่าตาย
เสียแล้ว. บทว่า วธิสฺสติ ความว่า จักฆ่าตัวตายด้วยคิดว่า เมื่อสามีอันเป็น
ที่รักของเราตายแล้ว ประโยชน์อะไรที่เราจะมีชีวิตอยู่. บทว่า ปากหํสา
คือ ราชธิดาของพญาปากหงส์. บทว่า สุเหมา คือ ราชธิดาที่มีพระนาม
อย่างนี้. บทว่า เหมสุตฺตจา คือ มีผิวหนังงดงามดุจทองคำ. บทว่า
โกญฺจีว ความว่า นางคงจักร้องไห้คร่ำครวญอยู่เป็นแน่แท้ เสมือนหนึ่งนาง