Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 460

เล่ม มมร. 62 หน้า 460 ข้อ 291 292 293
[๒๙๑] นางกุมารีก็ดี หญิงที่สกุลรักษาแล้วก็ดี หญิงหม้ายก็ดี หญิงมีสามีก็ดี รู้ฉันทราคะ ที่เกิดแรง กล้าในบุรุษทั้งหลาย แล้วห้ามกันจิตของตนได้ด้วยหิริ เปรียบเหมือนบรรดาพวกนักรบผู้แพ้ในสนานรบ ที่ต่อ สู้กันด้วยลูกศรและหอกแล้วล้มลงและกำลังหนีไป นักรบเหล่าใดยอมสละชีวิตกลับมาได้ด้วยหิริ นักรบ เหล่านั้นเป็นของคนละอายใจ ย่อมมารับนายอีก ฉะนั้น นางหิริเทพธิดานี้ เป็นผู้ห้ามนรชนเสียจาก บาป เปรียบเหมือนทำนบเป็นที่กั้นกระแสน้ำเชี่ยวไว้ ได้ ฉะนั้น ดูก่อนเทพสารถี เพราะเหตุนั้น ท่านจง กราบทูลแด่พระอินทร์ว่า นางหิริเทพธิดานั้น อันท่าน ผู้ประเสริฐ บูชาแล้วในโลกทั้งปวง. [๒๙๒] ข้าแต่ท่านโกสิยดาบสผู้แสวงหาคุณอัน ยิ่งใหญ่ ท้าวมหาพรหม ท้าวมหินทร์ หรือท้าวปชาบดี ใครเล่าเข้าใจความเห็นนั้นของพระคุณเจ้า นางหิริเทพ. ธิดานี้เป็นธิดาของท่าวมหินทร์ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ ประเสริฐสุดแม้ในเทวดาทั้งหลาย. [๒๙๓] ขอเชิญพระคุณเจ้ามาขึ้นรถอันเป็นของ ข้าพเจ้านี้ ไปสู่ไตรทิพย์ในกาลบัดนี้เถิด ข้าแต่ท่านผู้ มีโคตรเสมอด้วยพระอินทร์ ทั้งพระอินทร์ก็ทรงหวัง พระคุณเจ้าอยู่ ขอพระคุณเจ้าจงถึงความเป็นสหายกับ พระอินทร์ในวันนี้เถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka