[๔๖๓] อันตรายมากทีเดียว คือ ความหลับ
ความเกียจคร้าน ความง่วงเหงา ความไม่ชอบใจ
ความเมาอาหาร ตั้งอยู่ในสรีระอาศัยอยู่.
[๔๖๔] ข้าแต่พราหมณ์ ท่านผู้เจริญพร่ำสอน
ข้าพเจ้าดีนักหนา ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์นี่แหละ
ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นใครหนอ.
[๔๖๕] ชนทั้งหลายรู้จักอาตมาโดยนามว่า
นารทะ โดยโคตรว่า กัสสปะ ดังนี้ อาตมามาในสถาน
ใกล้พระองค์ผู้เจริญ ด้วยรู้สึกว่า การสมาคมด้วยสัต-
บุรุษทั้งหลาย ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ พระองค์จง
ทรงยินดีในบรรพชานี้ วิหารธรรมจงเถิดแก่พระองค์
กิจอันใดยังพร้องด้วยศีล การบริกรรม และฌาน
พระองค์จงทรงบำเพ็ญกิจอันนั้นให้บริบูรณ์ จง
ประกอบด้วยความอดทนและความสงบระงับ อย่าถือ
พระองค์ว่าเป็นกษัตริย์ จงทรงคลายออกเสียซึ่งความ
ยุบลงและความฟูขึ้น จงทรงกระทำโดยเคารพซึ่งกุศล
กรรมบถวิชชาและสมณธรรม แล้วบำเพ็ญพรหมจรรย์.
[๔๖๖] พระองค์ทรงละช้างม้าชาวนครและ
ชาวชนบทเป็นอันมาก ผนวชแล้วทรงยินดีในบาตร
ชาวชนบท มิตร อมาตย์ และพระญาติเหล่านั้นได้
กระทำความผิดระหว่างพระองค์ละกระมัง เหตุไร
พระองค์จึงทรงละอิสริยสุข มาชอบพระทัยซึ่งบาตร
นั้น.