Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 134

เล่ม มมร. 63 หน้า 134 ข้อ 481
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิมฺเหโส ความว่า ความกึกก้องแห่ง ประชุมชนหมู่ใหญ่มีโขลงช้างเป็นต้นนี้ ในเพราะเหตุอะไร. บทว่า กานุ คาเมว กีฬิยา ความว่า นั่นใครหนอมากับท่าน ราวกะว่าเล่นกีฬากันอยู่ ในบ้าน. บทว่า กตฺเถโส ได้แก่ มหาชนนี้เพื่ออะไร. บทว่า อภิสโฏ ความว่า มหาชนประชุมกันแวดล้อมท่านมา นารทดาบสถามดังนี้. พระราชาตรัสตอบว่า ประชุมชนนี้ตามข้าพเจ้า ผู้ละพวกเขาไปในที่นี้ ข้าพเจ้าผู้ล่วงสีมาคือกิเลสไปเพื่อถึงมโนธรรม กล่าว คือญาณของมุนีผู้ไม่เกื้อกูลแก่เหย่าเรือน ผู้เจือด้วย ความเพลิดเพลินทั้งหลาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะนั้น ๆ อยู่ ท่านรู้อยู่ จะถามทำไม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มมํ ความว่า ข้าพเจ้าละชนไป ซึ่ง ข้าพเจ้านั้นผู้ละไป. บทว่า เอตฺถ ความว่า มหาชนนี้ห้อมล้อมแล้ว คือ ติดตามมาในที่นี้. บทว่า สีมาติกฺกมนํ ยนฺตํ ความว่า ทำไมท่านจึงถาม ข้าพเจ้า ผู้ล่วงสีมาคือกิเลส ไปคือบวชเพื่อถึงมโนธรรมกล่าวคือญาณของมุนี ผู้ไม่เกื้อกูลแก่เหย้าเรือน. บทว่า มิสฺสํ นนฺทีหิ คจฺฉนฺตํ ความว่า ท่านรู้หรือว่าไม่รู้ว่าข้าพเจ้าบวชแล้ว จึงถามข้าพเจ้าผู้ยังไม่ละความเพลิดเพลิน เจือด้วยความเพลิดเพลินทั้งหลายซึ่งเกิดขึ้นในขณะนั้น ๆ ไปอยู่ คือท่านไม่ ได้ฟังข่าวบ้างหรือว่า ได้ยินว่า พระมหาชนกทั้งวิเทหรัฐบวช. ลำดับนั้น นารทดาบสกล่าวคาถาอีก เพื่อต้องการให้พระมหาสัตว์ สมาทานมั่น ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka