Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 138

เล่ม มมร. 63 หน้า 138 ข้อ 481
และสมาบัติแปด. บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ สมณธรรมกล่าวคือกสิณบริกรรม บทว่า สกฺกตฺวาน ปริพฺพช ความว่าจงทำโดยเคารพซึ่งคุณธรรมเหล่านั้นเป็น ไปหรือจงทำโดยเคารพซึ่งคุณธรรมเหล่านี้ สมาทานให้มั่นบำเพ็ญพรหมจรรย์ คือจงรักษาบรรพชา อย่าเบื่อหน่าย. นารทดาบสนั้นถวายโอวาทพระมหาสัตว์อย่างนี้แล้ว กลับไปที่อยู่ของ ตนทางอากาศ. เมื่อนารทดาบสไปแล้ว มีดาบสอีกรูปหนึ่งชื่อมิคาชินะ ออกจาก สมาบัติตรวจดูโลกเห็นพระมหาสัตว์ จึงมาแล้วดุจกัน ด้วยคิดว่า เราจักถวาย โอวาทพระมหาสัตว์เพื่อประโยชน์ให้มหาชนกลับพระนคร จึงสถิตอยู่ ณ อัมพรวิถี สำแดงตนให้ปรากฏแล้วกล่าวว่า พระองค์ทรงละช้างม้าชาวนครและชาวชนบท เป็นอันมาก ผนวชแล้วทรงยินดีในบาตร ชาวชนบท มิตรอมาตย์และพระญาติเหล่านั้นได้กระทำความผิด ระหว่างพระองค์ละกระมัง เหตุไร พระองค์จึงละอิส- ริยสุขมาชอบพระทัยซึงบาตรนั้น. บทว่า กปลฺเล ในคาถานั้น ท่านกล่าวหมายถึงบาตรดิน มีคำ อธิบายว่า เมื่อมิคาชินดาบสถานถึงเหตุแห่งบรรพชาจึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดูก่อน มหาชนก ท่านละความเป็นใหญ่เห็นปานนี้ผนวชแล้ว ท่านยินดีในบาตรดิน บทว่า ทูภึ ความว่า พวกเขาเหล่านั้นได้กระทำความผิดอะไร ๆ ในระหว่าง ต่อท่านบ้างหรือ เพราะเหตุไร ท่านจึงละอิสริยสุขเห็นปานนี้ มาชอบพระ- บาตรดินใบนี้เท่านั้น. แต่นั้น พระมหาสัตว์ตรัสว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka