Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 159

เล่ม มมร. 63 หน้า 159 ข้อ 493 494 495
[๔๙๓] หนุ่มสามะผู้งดงามน่าดูนั้น ครั้นกล่าว คำนี้แล้ว ถูกกำลังแห่งพิษซาบซ่าน เป็นผู้วิสัญญี สลบไป. [๔๙๔] พระราชานั้น ทรงคร่ำครวญน่าสงสาร เป็นอันมากว่า เราสำคัญว่าจะไม่แก่ไม่ตาย เรารู้ เรื่องนี้วันนี้ แต่ก่อนหารู้ไม่. เพราะได้เห็นสามบัณฑิต ทำกาลกิริยา ความไม่มาแห่งมฤตยู ย่อมไม่มี สาม- บัณฑิตถูกลูกศรอาบยาพิษ ซึมซาบแล้วพูดอยู่กะเรา. ครั้นกาลล่วงไปอย่างนี้ในวันนี้ ไม่พูดอะไร ๆ เลย เราจะต้องไปสู่นรกแน่นอน เราไม่มีความสงสัยใน ข้อนี้เลย. เพราะว่าบาปหยาบช้าอันเราทำแล้ว ตลอด ราตรีนานในกาลนั้น เราทำกรรมหยาบช้าในบ้าน- เมือง คนทั้งหลายจะติเตียนเรา ใคร่เล่าจะควรมากล่าว ติเตียนเรา ในราวป่าอันหามนุษย์มิได้. คนทั้งหลาย จะประชุมกันในบ้านเมือง โจทนาว่ากล่าวเอาโทษ เรา ใครเล่าหนอจะโจทนาว่ากล่าวเอาโทษเรา ในป่า อันหามนุษย์มิได้. [๔๙๕] เทพธิดานั้น อันตรธานไปในภูเขาคันธ มาทน์ มาภาษิตคาถาเหล่านี้ เพื่ออนุเคราะห์พระรา- ชาว่า พระองค์ทำความผิดมาก ได้ทำกรรมอันชั่วช้า บิดามารดาและบุตร ทั้งสามผู้หาความประทุษร้ายมิได้ ถูกพระองค์ฆ่าเสียด้วยลูกศรลูกเดียวกัน เชิญเสด็จมา เถิด ข้าพเจ้าจะพร่ำสอนพระองค์ ด้วยวิธีที่พระองค์ จะได้สุคติ พระองค์จงเลี้ยงดูบิดามารดาทั้งสองผู้มี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka