Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 165

เล่ม มมร. 63 หน้า 165 ข้อ 517 518
กล่าวคำสัจว่า ลูกสามะนี้ได้เป็นผู้ประพฤติธรรมเป็น ปกติ ได้เป็นผู้ประพฤติดังพรหมเป็นปกติ ได้เป็นผู้ กล่าวคำจริงมาแต่ก่อน ได้เป็นผู้เลี้ยงบิดามารดา ได้ เป็นผู้ประพฤติยำเกรงต่อท่านผู้เจริญในสกุล เป็นผู้ เป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเรา โดยความจริงใด ๆ ด้วย การกล่าวความจริงนั้น ๆขอพิษของลูกสามะจงหายไป บุญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกสามะกระทำแล้วแก่เราและ แก่มารดาของเธอ มีอยู่ ด้วยอานุภาพกุศลบุญนั้น ทั้งหมด ขอพิษของลูกสามะจงหายไป. [๕๑๗] นางพสุนธรีเทพธิดาอันตรธานไปจาก ภูเขาคันธมาทน์ มากล่าวสัจจวาจาด้วยความเอ็นดูสาม กุมารว่า เราอยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์ตลอดราตรีนาน ใคร ๆ อื่นซึ่งเป็นที่รักของเรากว่าสามกุมาร ไม่มี ของหอมล้วนแล้วด้วยไม้หอมทั้งหมด ณ คันธมาทน์ บรรพตมีอยู่ ด้วยสัจจวาจานี้ ขอพิษของสามกุมารจง หายไป เมื่อฤๅษีทั้งสองบ่นเพ้อรำพันเป็นอันมากน่า- สงสาร สามกุมารผู้หนุ่มงดงามน่าทัศนา ก็ลุกขึ้น เร็วพลัน. [๕๑๘] ข้าเจ้ามีนามว่าสามะ ขอความเจริญจง มีแก่ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าลุกขึ้นได้แล้วโดยสวัสดี ขอท่านทั้งหลายอย่าคร่ำครวญนักเลย จงพูดกะข้าพเจ้า ด้วยเสียงอันไพเราะเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka