Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 228

เล่ม มมร. 63 หน้า 228 ข้อ 573 574
ทาสีเกิดแต่ทาสีในเรือนของพราหมณี นางรู้แจ้งซึ่ง แขกคือภิกษุผู้มีกาลอันถึงแล้ว นิมนต์ให้นั่งในเรือน ของพราหมณ์ ยินดีต่อภิกษุนั้นเป็นนิตย์ ดังมารดา ยินดีต่อบุตรผู้จากไปนานกลับมาถึง ฉะนั้น นางอังคาส ภิกษุนั้นโดยเคารพ ได้ถวายสิ่งของของตนเล็กน้อย เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน. [๕๗๓] วิมาน ๗ โชติช่วง อันบุญญานุภาพ ตกแต่ง ส่องแสงสว่างดั่งดวงอาทิตย์อ่อน ๆ เทพบุตร ในวิมานนั้นมีฤทธิ์มาก ประดับสรรพาภรณ์ อันหมู่ เทพธิดาแวดล้อมผลัดเปลี่ยนเวียนวนอยู่โดยรอบทั้ง ๗ วิมาน ความปลื้มใจปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความ เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงได้ถึงสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน. [๕๗๔] มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัส ถามตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่ พระราชาผู้ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีชื่อ โสณทินนะ เป็นทานบดีให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศต่อ บรรพชิตได้ปฏิบัติบำรุงภิกษุผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้น โดยเคารพ ได้บริจาคผ้านุ่งผ้าห่ม ภัตตาหารเสนาสนะ เครื่องประทีป ในท่านผู้ซื่อตรงด้วยจิตเลื่อมใส รักษา อุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka