Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 11

เล่ม มมร. 64 หน้า 11 ข้อ 733 734 735 736
ไม่เห็นภูริทัต จักตรอมตรมด้วยทุกข์สิ้นกาลนาน ดัง นางนกจากพรากในเปือกตมอันไม่มีน้ำเป็นแน่ เราไม่ เห็นภูริทัตจักตรอมตรมด้วยความโศก เปรียบเหมือน เบ้าของช่างทอง เกรียมไหม้ในภายใน ไม่ออกไปภาย นอกฉะนั้น. [๗๓๓] บุตรธิดาและชายาในนิเวศน์ของภูริทัต ล้มนอนระเนระนาดดังต้นรังอันลมฟาดหักลง ฉะนั้น. [๗๓๔] อริฏฐะและสุโภคะ ได้ฟังเสียงอันกึก ก้องของบุตรธิดาและชายาของภูริทัต จึงวิ่งไปในระ- หว่าง ช่วยกันปลอบมารดาว่า ข้าแต่พระแม่เจ้า จง เบาพระทัยอย่าเศร้าโศกไปเลย เพราะว่าสัตว์ทั้งหลาย ย่อมมีความตายและความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาอย่างนี้ การตายและการเกิดขึ้นนี้ เป็นความแปรของสัตว์โลก. [๗๓๕] ดูก่อนพ่อสุทัสสนะ ถึงแม่รู้ว่าสัตว์ทั้ง หลายมีอย่างนี้เป็นธรรมดา ก็แต่ว่าแม่เป็นผู้อันความ เศร้าโศกครอบงำแล้ว ถ้าเมื่อแม่ไม่ได้เห็นภูริทัตคืน วันนี้เจ้าจงรู้ว่า แม่ไม่ได้เห็นภูริทัต เห็นจะต้องละชีวิต ไปแน่. [๗๓๖] ข้าแต่พระแม่เจ้า จงเบาพระทัย อย่า เศร้าโศกไปเลย ลูกทั้ง ๓ จักเที่ยวแสวงหาภูริทัตไป ตามทิศน้อยทิศใหญ่ ที่ภูเขา ซอกเขา บ้าน และนิคม แล้วจักนำท่านพี่ภูริทัตมา พระแม่เจ้าจักได้ทรงเห็น ท่านพี่ภูริทัตภายใน ๗ วัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka