Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 20

เล่ม มมร. 64 หน้า 20 ข้อ 771
แห้งก็จะพึงลุกโพลง ถ้าคนทำบุญได้โดยเอาไม้และ หญ้าให้ไฟกิน คนเผาถ่าน คนหุงเกลือ พ่อครัว และ คนเผาศพ ก็พึงทำบุญได้ ถ้าแม้พราหมณ์เหล่านี้ทำ บุญได้เพราะการเลี้ยงไฟ เพราะเรียนมนต์เพราะเลี้ยง ไฟให้อิ่มหนำ ในโลกนี้ใคร ๆ ผู้เอาของให้ไฟกินจะ ชื่อว่าทำบุญหาได้ไม่ เพราะเหตุอย่างไรเล่า เพราะไฟ เป็นผู้อันโลกยำเกรง รู้รส ๒ อย่าง พึงกินได้มากทั้ง ของมีกลิ่นอันไม่น่าฟูใจ คนเป็นอันมากไม่ชอบ พวก มนุษย์ละเว้น และเป็นของไม่ประเสริฐ คนบางพวก นับถือไฟเป็นเทวดา ส่วนพวกมิลักขุนับถือน้ำเป็น เทวดา ทั้งหมดนี้พูดผิด ไฟและน้ำไม่ใช่เทพเจ้าตน. ใดตนหนึ่ง โลกบำเรอไฟ ซึ่งไม่มีอันทรีย์ ไม่มีกายที่ จะรู้สึกได้ ส่องแสงสว่าง เป็นเครื่องทำการงานของ ประชาชน เมื่อยังทำบาปกรรมอยู่ จะพึงไปสุคติได้ อย่างไร พวกพราหมณ์ผู้ต้องการเลี้ยงชีวิตในโลกนี้ กล่าวว่า พระพรหมดรอบงำได้ทั้งหมด และว่าพระ- พรหมบำเรอไฟ พระพรหมมีอานุภาพกว่าทุกสิ่ง และ มีอำนาจ ไม่มีใครสร้างกลับไปไหว้ไฟที่ตนสร้างเพื่อ ประโยชน์อะไร คำของพวกพราหมณ์น่าหัวเราะเยาะ ไม่ควรแก่การเพ่งเล็ง ไม่เป็นความจริง พวกพราหมณ์ ในปางก่อนก่อขึ้นไว้ เพราะเหตุแห่งสักการะ พรา หมณ์เหล่านั้น เมื่อลาภและสักการะเกิดขึ้น จึงร้อย กรองยัญพิธีว่าเป็นธรรมสงบระงับ ด้วยการฆ่าสัตว์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka