Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 224

เล่ม มมร. 64 หน้า 224 ข้อ 876 877 878 879
[๘๗๖] ถ้าอาตมภาพรู้ว่ามหาบพิตรทรงมีศีล ทรงรู้ความประสงค์ของสมณพราหมณ์ อาตมภาพก็จะ ให้มหาบพิตรทรงยืมสักห้าร้อน แต่มหาบพิตรหยาบช้า ทรงจุติจากโลกนี้แล้ว จะต้องไปอยู่ในนรก ใครจะไป ทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลกเล่า ผู้ใดในโลกนี้เป็นผู้ ไม่มีศีลธรรม ประพฤติชั่ว เกียจคร้าน มีกรรมอัน หยาบช้า บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ให้หนี้ในผู้นั้น เพราะ จะไม่ได้ทรัพย์คืนจากคนเช่นนั้น ส่วนบุคคลผู้ขยัน หมั่นเพียร มีศีล รู้ความประสงค์ คนทั้งหลายรู้แล้ว ย่อมเอาโภคทรัพย์มาเชื้อเชิญเอง ด้วยคิดว่า ผู้นี้ทำ การงานเสร็จแล้ว พึงนำมาใช้ให้. [๘๗๗] ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จไป จากที่นี่แล้ว จักทอดพระเนตรเห็นพระองค์เองอยู่ใน นรกนั้น ซึ่งถูกฝูงการุมยื้อแย่งฉุดคร่าอยู่ ใครเล่าจะ ไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรผู้ตกอยู่ ในนรก ถูกฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงสุนัขรุมกัดกิน ตัวขาด กระจัดกระจาย เลือดไหลโทรม. [๘๗๘] ในโลกันตนรกนั้นมืดที่สุด ไม่มีพระ- จันทร์และพระอาทิตย์ โลกันตนรกมืดตื้ออยู่ทุกเมื่อ น่ากลัว กลางคืนกลางวันไม่ปรากฏ ผู้ต้องการทรัพย์ คนไรเล่า จะพึงเที่ยวไปในสถานที่เช่นนั้นได้. [๘๗๙] ในโลกันตนรกนั้นมีสุนัข ๒ เหล่า คือ ด่างเหล่า ๑ ดำเหล่า ๑ ล้วนมีร่างกายกำยำ ล่ำสัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka