(นารทฤๅษีทูลตอบว่า)
{๘๗๖} [๑๓๐๒] ถ้าอาตมภาพรู้ว่า “มหาบพิตรทรงมีศีล
ทรงรู้ความประสงค์ของพวกผู้ขอ
อาตมภาพก็จะให้มหาบพิตรสัก ๕๐๐
แต่มหาบพิตรหยาบช้า ทรงจุติจากโลกนี้แล้ว
จะต้องไปอยู่ในนรก
ใครเล่าจะพึงไปทวงทรัพย์ ๑,๐๐๐ ในปรโลกได้
[๑๓๐๓] ผู้ใดในโลกนี้ไม่มีศีลธรรม ประพฤติชั่ว
เกียจคร้าน มีกรรมหยาบ
บัณฑิตทั้งหลายไม่ให้กู้หนี้ในผู้นั้น
เพราะจะไม่ได้ทรัพย์คืนจากคนเช่นนั้น
[๑๓๐๔] ส่วนคนขยันหมั่นเพียร มีศีล รู้ความประสงค์ของผู้ขอ
คนทั้งหลายรู้แล้วย่อมนำโภคทรัพย์มาเชื้อเชิญเอง
ด้วยคิดว่า “ผู้นี้ทำการงานเสร็จแล้วพึงนำมาใช้คืนให้”
{๘๗๗} [๑๓๐๕] ขอถวายพระพร มหาบพิตรจุติจากที่นี่แล้ว
จักทอดพระเนตรเห็นพระองค์เองอยู่ในนรกนั้น
ผู้ถูกฝูงกายื้อแย่งฉุดคร่าอยู่
ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์ ๑,๐๐๐ ในปรโลกกับมหาบพิตร
ผู้ตกอยู่ในนรกซึ่งถูกฝูงกา แร้ง และสุนัขรุมกัดกิน
ตัวขาดกระจัดกระจาย เลือดไหลโทรมอยู่
{๘๗๘} [๑๓๐๖] ในโลกันตนรกนั้นมืดมิดที่สุด
ไม่มีดวงจันทร์และดวงอาทิตย์
โลกันตนรกนั้นมืดมิดอยู่เป็นนิตย์ น่ากลัว
กลางคืนกลางวันไม่ปรากฏ ผู้ต้องการทรัพย์
ใครเล่าจะพึงเที่ยวไปในสถานที่นั้นได้