Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 302

เล่ม มมร. 64 หน้า 302 ข้อ 912 913
นางอัปสรผู้อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ หรือเปรียบเหมือน สายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ ข้าพระองค์ผู้เป็น ใหญ่ พระนางวิมลานั้นทรงแพ้พระครรภ์ ทรง ปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต ข้าพระองค์ จะ ถวายดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต แก่ท้าววรุณนาคราช และพระนางวิมลา เพราะการนำดวงหทัยของวิธุรบัณ- ฑิตไปถวายแล้ว ท้าววรุณนาคราชและพระนางวิมาลา จะพระราชทานพระนางอิรันทตีธิดา แก่ข้าพระองค์. [๙๑๒] ปุณณกยักษ์นั้น ทูลลาท้าวกุเวรเวสวัณ ผู้เรืองยศ เป็นใหญ่ในหมู่ยักษ์ แล้วไปสั่งบุรุษคนใช้ ของตนผู้อยู่ในที่นั้นว่า เจ้าจงนำม้าอาชาไนยที่ประกอบ แล้วมา ณ ที่นี้ ม้าสินธพนั้นมีหูทั้งสองประดับด้วย ทองคำ กีบหุ้มด้วยแก้วแดง เครื่องประดับอกล้วน ด้วยทองคำชมพูนุทอันสุกใส ปุณณกยักษ์ผู้ประดับ ประดาแล้ว แต่งผมและหนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็น ยานพาหนะของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว. [๙๑๓] ปุณณกยักษ์นั้น ได้เหาะไปสู่กรุงราช- คฤห์อันน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก เป็นนครของพระเจ้าอังคราช อันพวกข้าศึกไม่กล้าเข้าใกล้ มีภักษาหาร และข้าวน้ำ มากมาย ดังมสักกสารภพของท้าววาสวะ เป็นนคร กึกก้องด้วยหมู่นกยูงและนกกระเรียน อื้ออึงด้วยฝูงนก ต่าง ๆ ชนิด เป็นที่เสพอาศัยของฝูงทิชาชาติ มีนก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka