Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 303

เล่ม มมร. 64 หน้า 303 ข้อ 914 915
ต่าง ๆ ส่งเสียงร้องอยู่อึงมี่ ภูมิภาคราบเรียบ ดารดาษ ไปด้วยบุปผชาติดังขุนเขาหิมวันต์ ปุณณกยักษ์นั้น ขึ้นสู่วิบุลบรรพตอันเป็นภูเขาศิลาล้วน เป็นที่อาศัยอยู่ ของหมู่กินนรเที่ยวแสวงหาแก้วมณีดวงประเสริฐอยู่ ได้เห็นดวงแก้วมณีนั้น ณ ท่ามกลางยอดภูเขา. [๙๑๔] ปุณณกยักษ์ ครั้นเห็นดวงแก้วมณีมีรัศมี อันผุดผ่อง เป็นแก้วมณีอันประเสริฐสุด สามารถจะ นำทรัพย์มาให้ได้ดังใจปรารถนา รุ่งโรจน์ชัชวาลย์ ด้วยหมู่แก้วบริวารเป็นอันมาก สว่างไสวดังสายฟ้าใน อากาศ ปุณณยักษ์ได้ถือเอาแก้วมณีชื่อมโนหรจินดา อันมีค่ามาก มีอานุภาพมาก เป็นผู้มีวรรณะไม่ทราม ขึ้นหลังม้าสินธพอาชาไนยเหาะไปในอากาศกลางหาว. [๙๑๕] ปุณณกยักษ์ได้เหาะไปยังอินทปัตตนคร ลงจากหลังม้าแล้วเข้าไปสู่ที่ประชุมของชาวกุรุรัฐ ไม่ กลัวเกรงพระราชา ๑๐๑ พระองค์ ที่ประชุมพร้อม เพรียงกันอยู่ ณ ที่นั้น กล่าวท้าทายด้วยสกถา บรรดา พระราชาในราชสมาคมนี้พระองค์ไหนหนอ จะทรง ชิงเอาแก้วอันประเสริฐของข้าพระองค์ได้ หรือว่าข้า พระองค์จะพึงชนะพระราชาพระองค์ไหน ด้วยทรัพย์ อันประเสริฐ อนึ่ง ข้าพระองค์จะชิงเอาแล้วอัน ประเสริฐยิ่ง กะพระราชาพระองค์ไหน หรือพระราชา พระองค์ไหน จะทรงชนะข้าพระองค์ด้วยทรัพย์อัน ประเสริฐ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka