Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 323

เล่ม มมร. 64 หน้า 323 ข้อ 969 970
พึงสมาทานรักษาอุโบสถศีลโดยเคารพ ราชเสวกนั้น ควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงบำรุงเลี้ยงสมณะ และพราหมณ์ผู้มีศีล เป็นพหูสูต ด้วยข้าวและน้ำ ราชเสวกนั้นควรอยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกผู้หวัง ความเจริญแก่ตน พึงเข้าไปสมาคมคบหาละสมณะ และพราหมณ์ผู้มีศีล เป็นพหูสูต มีปัญญา. [๙๖๙] ราชเสวกไม่พึงทำทาน ที่เคยพระราช- ทานในสมณพราหมณ์ให้เสื่อมไป อนึ่ง เห็นพวก วณิพกซึ่งมาในเวลาพระราชทานไม่ควรห้ามอะไรเลย ราชเสวกพึงมีปัญญา สมบูรณ์ด้วยความรู้ ฉลาดใน วิธีจักราชกิจ รู้จักกาล รู้จักสมัย ราชเสวยนั้นควร อยู่ในราชสำนักได้ ราชเสวกพึงเป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ประมาท มีปัญญาสอดส่องพิจารณาในการงานที่ ตนพึงทำ จัดการงานให้สำเร็จด้วยดี ราชเสวกนั้น ควรอยู่ในราชสำนักได้. [๙๗๐] อนึ่ง ราชเสวกพึงไปตรวจตราดูลาน ข้าวสาลีปศุสัตว์และนาเสมอๆ พึงตวงข้าวเปลือกให้รู้ ประมาณแล้ว ให้เก็บไว้ในฉาง พึงนักบริวารชนใน เรือนแล้ว ให้หุงต้มพอประมาณ ไม่ควรตั้งบุตรธิดา พี่น้อง หรือวงศ์ญาติ ผู้ไม่ตั้งอยู่ในศีลให้เป็นใหญ่ เพราะคนเหล่านั้นเป็นคนพาล ไม่จัดว่าเป็นพี่น้อง คน เหล่านั้น เป็นเหมือนคนที่ตายไปแล้ว แต่เมื่อเขา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka