Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 374

เล่ม มมร. 64 หน้า 374 ข้อ 1044
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมลทฺธา แปลว่า ได้มาแล้วโดย ธรรม. บทว่า ปาทจราว แปลว่า เป็นหญิงบำเรอ. ฝ่ายปุณณกยักษ์ ได้สดับพระดำรัส ของท้าว วรุณนาคราชดังนี้แล้ว ยินดียิ่งนัก ลุกขึ้นแล้ว ไปสั่ง บุรุษ คนใช้ของตน ผู้อยู่ในที่นั้นว่า เจ้าจงนำม้า อาชาไนยที่ประกอบไว้แล้ว มา ณ ที่นี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสํสิ ได้แก่ สั่งบังคับคนใช้ของตน. บทว่า อาชญฺํ ได้แก่ ม้าสินธพผู้รู้เหตุ และมิใช่เหตุ. บทว่า ยุตฺตํ แปลว่า ประกอบเสร็จแล้ว. พระโบราณาจารย์ กล่าวพรรณนาม้าสินธพนั้นไว้ว่า ม้าสินธพอาชาไนยนั้น มีหูทั้งสองประดับด้วย ทองคำ กีบหุ้มด้วยแก้วแดง มีเครื่องประดับอก ล้วน แล้วด้วยทองชมพูนุทอันสุกใส. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาตรูปมยา ความว่า เมื่อจะกล่าว พรรณนาม้าสินธพนั้นนั่นแล จึงได้กล่าวอย่างนั้น จริงอยู่ม้าสินธพมโนมัยนั้น มีหูทั้งสองล้วนแล้วด้วยทองคำ. บทว่า กาจมหิจมยา ขุรา ความว่า ม้า สินธพนั้น มีกีบล้วนแล้วด้วยแก้วมณี. บทว่า ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส ความว่า มีเครื่องประดับอก ล้วนแล้วด้วยทองชมพูนุท มีสีแดงสุกปลั่ง. บุรุษคนใช้นั้น นำม้าสินธพมาในขณะนั้นนั่นเอง ปุณณกยักษ์ ขึ้นขี่ ม้าสินธพอาชาไนยนั้น เหาะไปสู่สำนักของท้าวเวสวัณโดยทางอากาศ แล้ว พรรณนาภพแห่งนาค แล้วบอกเรื่องนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงประกาศความนั้นจึงได้ตรัสว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka