Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 514

เล่ม มมร. 64 หน้า 514 ข้อ 1106 1107 1108 1109
พระมหาสัตว์ตรัสว่า [๑๑๐๖] ดูก่อนมัทรี เธอจงอุ้มกัณหานี้ผู้เป็น น้องคงจะเบากว่า พี่จักอุ้มชาลี เพราะชาลีเป็นพี่คง จะหนัก. พระศาสดาตรัสว่า [๑๑๐๗] พระราชาทรงอุ้มพระโอรส ส่วนพระ- ราชบุตรีทรงอุ้มพระธิดา ทรงยินดีร่วมกันดำเนิน ตรัส ปราศรัยด้วยคำอันน่ารักกะกันและกัน. จบทานกัณฑ์ [๑๑๐๘] ถ้ามนุษย์บางพวกเดินมาตามทางหรือ เดินสวนทางมา เราจะถามมรรคากะพวกเขาว่า ภูเขา วงกตอยู่ที่ไหน พวกเขาเห็นเราในระหว่างบรรดานั้น จะพากันคร่ำครวญด้วยความกรุณาระทมทุกข์ ตอบ เราว่า เขาวงกตยังอยู่อีกไกล. [๑๑๐๙] ครั้งนั้น พระกุมารทั้งสองทอดพระ- เนตรเห็นต้นไม้อันมีผลในป่าใหญ่ ทรงพระกรรแสง เหตุประสงค์ผลไม่เหล่านั้น หมู่ไม้สูงใหญ่ดังจะเห็น พระกุมารทั้งสองทรงพระกรรแสง จึงน้อมกิ่งลงมา เองจนใกล้จะถึงพระกุมารทั้งสอง พระนางมัทรีผู้งด งามทั่วพระวรกาย ทอดพระเนตรเห็นเหตุอัศจรรย์ไม่ เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านี้ จึงซ้องสาธุการว่า น่า อัศจรรย์ขนลุกขนพองไม่เคยมีในโลกหนอ ด้วยเดช แห่งพระเวสสันดร ต้นไม้น้อมกิ่งลงมาเองได้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka