กัณหาชินาเหมือนอย่างเคย ใครเล่าจะค้นชายพกแม่
ใครเล่าจะเหนี่ยวถันทั้งสองของแม่ วันนี้ไม่ได้เห็น
พระลูกน้อยทั้งสอง คือ พ่อชาลีแม่กัณหาชินาเหมือน
อย่างเคย เวลาเย็นพระลูกน้อยทั้งสองขมุกขมอมไป
ด้วยฝุ่น เคยวิ่งมาเกาะที่ชายพกแม่ วันนี้แม่ไม่ได้
เห็นพระลูกน้อยทั้งสอง เมื่อก่อนอาศรมนี้ปรากฏแก่
เราดังว่านี้มหรสพ วันนี้เมื่อแม่มิได้เห็นพระลูกน้อยทั้ง
สองนั้น อาศรมเหมือนดังจะหมุนเวียน นี่อย่างไร
อาศรมจึงปรากฏแก่เราดูเงียบสงัดจริงหนอ แม้ฝูงกา
ป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง พระลูกทั้งสองของแม่จักตาย
เสียแล้วเป็นแน่แท้ นี่อย่างไรอาศรมจึงปรากฏแก่เรา
ดูเงียบสงัดจริงหนอ แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง พระ-
ลูกน้อยทั้งสองของแม่ จักตายเสียแล้วเป็นแน่แท้.
[๑๑๘๗] นี่อย่างไรฝ่าพระบาทจึงทรงนิ่งอยู่ เออ
ก็ใจของหม่อมฉันเหมือนดังฝันเหมือนสุบินในเวลาราตรี
แม่ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง พระลูกน้อยทั้งสองของ
หม่อมฉันคงจักตายเสียแล้วเป็นแน่แท้ นี่อย่างไรฝ่า
พระบาทจึงทรงนิ่งอยู่แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง พระ
ลูกน้อยของหม่อมฉันคงจักตายเป็นแน่แท้ ข้าแต่
พระลูกเจ้า เหล่าเนื้อร้ายในป่าหรือในทุ่งกว้าง มา
เคี้ยวกินพระลูกน้อยทั้งสองของหม่อมฉันเสียแล้วหรือ
ไฉน หรือว่าใครมานำเอาพระลูกน้อยทั้งสองของ
หม่อมฉันไป หรือฝ่าพระบาททรงส่งพระลูกน้อยทั้ง
สองซึ่งกำลังช่างพูดจาน่ารักใคร่ไปเป็นทูต หรือว่า