Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 572

เล่ม มมร. 64 หน้า 572 ข้อ 1208 1209 1210
เพ่งดูพระราชสวามีโดยดุษณีภาพ โดยทรงเคารพเชื่อ ถือว่า ท้าวเธอทรงทราบซึ่งสิ่งอันประเสริฐ. พระศาสดาตรัสว่า [๑๒๐๘] เมื่อตถาคตเป็นพระเวสสันดร บริจาค ชาลีกัณหาชินาซึ่งเป็นบุตรธิดาและพระมัทรีเทวี ผู้ เคารพยำเกรงในพระราชสวามี มิได้คิดเสียดายเลย เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น บุตรทั้งสองเป็น ที่เกลียดชังของเราก็หามิได้ พระมัทรีเทวีไม่เป็นที่รัก ของเราก็หามิได้ แต่สัพพัญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้นเราจึงได้ให้ของอันเป็นที่รัก. พระนางมัทรีทรงพระดำริว่า [๑๒๐๙] ข้าพระบาทเป็นพระมเหสีของพระองค์ ตั้งแต่ยังแรกรุ่นสาว พระองค์ก็เป็นเจ้าเป็นใหญ่ใน ข้าพระบาท พระองค์ปรารถนาจะพระราชทานข้าพระ- บาทแต่ผู้ใด ก็พึงพระราชทานได้ ทรงปรารถนาจะ ขายหรือจะฆ่า พึงทรงขายทรงฆ่าได้. พระศาสดาตรัสว่า [๑๒๑๐] ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงทราบชัดซึ่ง ความทรงดำริของสองกษัตริย์แล้ว จึงตรัสชมดังนี้ว่า อันว่าข้าศึกทั้งมวลล้วนเป็นของทิพย์ (อันห้ามเสียซึ่ง ทิพยสมบัติ) และเป็นของมนุษย์ (อันห้ามเสียซึ่งมนุษย์ สมบัติ) พระองค์ทรงชนะได้แล้ว ปฐพีก็บันลือลั่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka