Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 583

เล่ม มมร. 64 หน้า 583 ข้อ 1235 1236 1237 1238
อันประเสริฐ ทรงถือไม้ขอทรงเครื่องบูชาไฟ และ มุ่นพระเมาลี) ทรงพระภูษาหนึ่งสัตว์ บรรทมเหนือ ปฐพี ทรงบูชาไฟ. [๑๒๓๕] บุตรทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้ว ย่อมเป็น ที่รักของมนุษย์ในโลก พระอัยกาของเราไม่ทรงเกิด พระสิเนหาในพระโอรสเสียเลยเป็นแน่. พระเจ้าสญชัยตรัสว่า [๑๒๓๖] ดูก่อนพระหลานน้อย จริงทีเดียว การที่ปู่ขับไล่พระบิดาของเจ้าผู้ไม่มีโทษ เพราะถ้อยคำ ของชาวสีพีทั้งหลายนั้น ชื่อว่าปู่ได้กระทำกรรมอัน ชั่วช้า และชื่อว่าทำกรรมเครื่องทำลายความเจริญ สิ่ง ใด ๆ ของปู่มีอยู่ในนครนี้ก็ดี ทรัพย์และธัญชาติที่มี อยู่ก็ดี ปู่ขอยกให้แก่พระธิดาของเจ้าทั้งสิ้น ขอให้ เวสสันดรจงมาเป็นพระราชาปกครองในสีพีรัฐเถิด. พระชาลีกุมารทูลว่า [๑๒๓๗] ขอเดชะ สมเด็จพระชนกของเกล้า กระหม่อมฉัน คงจักไม่เสด็จมาเป็นพระราชาของชาว สีพี เพราะถ้อยคำของเกล้ากระหม่อมฉัน ขอให้ สมเด็จพระอัยกาเสด็จไป ทรงอภิเษกพระบิดาของ เกล้ากระหม่อมฉันด้วยราชูปโภคเองเถิดพระเจ้าข้า. พระศาสดาตรัสว่า [๑๒๓๘] ลำดับนั้น พระเจ้าสญชัยได้ดำรัสสั่ง เสนาบดีว่า กองทัพ คือ พลช้าง พลม้า พลรถ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka