Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 645

เล่ม มมร. 64 หน้า 645 ข้อ 1269
พระมหาสัตว์ทูลกับพระชนกด้วย ๔ คาถานี้ อย่างนี้แล้ว เสด็จไป เฝ้าพระชนนี ถวายบังคมแล้ว เมื่อจะทรงขออนุญาตบรรพชา จึงตรัสว่า ข้าแต่เสด็จแม่ ขอพระองค์ทรงอนุญาตแก่หม่อม ฉัน หม่อมฉันขอบวช หม่อนฉันบริจาคทานในวัง ของตนยังชื่อว่าเบียดเบียนตนและคนอื่น หม่อมฉัน จะออกไปจากแคว้นของตนโดยประสงค์ตามคำของ ชาวสีพี หม่อมฉันจะเสวยทุกข์นั้นในป่าที่เกลื่อนด้วย พาลมฤค มีแรดและเสือเหลืองอยู่อาศัยแล้ว หม่อมฉัน บำเพ็ญบุญทั้งหลาย จะไปเขาวงกต พระนางผุสดีได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า ลูกรัก แม่อนุญาตลูก บรรพชาจงสำเร็จแก่ลูก ก็แต่แม่มัทรีกัลยาณีผู้มีตะโพกงามเอวบาง จงอยู่กับ บุตรธิดา แม่จะทำอะไรในป่าได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมิชฺฌตุ ความว่า จงมีความสำเร็จด้วย ฌาน. บทว่า อจฺฉตํ ความว่า พระนางผุสดีตรัสว่า จงอยู่ คือจงมีในที่นี้ แหละ. พระเวสสันดรตรัสว่า หม่อมฉันไม่อาจจะพาแม่ทาสีไปสู่ป่าโดยที่เขา ไม่ปรารถนา ถ้าเขาปรารถนาจะตามหม่อมฉันไป ก็ จงไป ถ้าไม่ปรารถนาก็จงอยู่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกามา ความว่า ข้าแต่เสด็จแม่ เสด็จ แม่ตรัสอะไรอย่างนั้น แม้ทาสีหม่อมฉันก็ไม่อาจจะพาไป โดยที่เขาไม่ปรารถนา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka