Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 785

เล่ม มมร. 64 หน้า 785 ข้อ 1269
พระชาลีราชกุมารกราบทูลถึงความที่พระชนนีมีความทุกข์ยากอย่างนี้ แล้ว เมื่อจะทูลท้วงพระอัยกา จึงตรัสว่า ลูกทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโลก ย่อมเป็นที่รักของ มนุษย์ผู้เป็นพ่อแม่ทั้งหลาย พระอัยกาของหม่อมฉัน ทั้งสอง คงไม่เกิดเสน่หาในพระโอรสเป็นแน่ทีเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทปชฺชึสุ ความว่า ย่อมเกิดขึ้น ลำดับนั้น พระเจ้าสญชัยเมื่อชี้โทษของพระองค์ จึงตรัสว่า ดูก่อนพระหลานน้อย จริงทีเดียว การที่ปู่ให้ ขับไล่พระบิดาของเจ้าผู้ไม่มีโทษเพราะถ้อยคำของชาว สีพีนั้น ชื่อว่าปู่ได้กระทำกรรมอันชั่วช้า ทำกรรมอัน ทำลายความเจริญแก่พวกเรา สิ่งใด ๆ ของปู่ที่อยู่ใน นครนี้ก็ดี ทรัพย์และธัญชาติที่มีอยู่ก็ดี ปู่ขอยกให้แก่ พระบิดาของเจ้าทั้งสิ้น ขอให้เวสสันดรจงมาเป็นราชา ปกครองในสีพีรัฐเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โปต ความว่า ดูก่อนชาลีกุมารหลาน น้อย นั่นเป็นกรรมที่พวกเราทำไว้ชั่ว. บทว่า ภูนหจฺจํ ได้แก่ เป็นกรรม ที่ทำลายความเจริญ. บทว่า ยํ เน กิญฺจิ ความว่า สิ่งอะไร ๆ ของปู่มีอยู่ ในพระนครนี้ สิ่งนั้นทั้งหมดปู่ยกให้แก่พระบิดาของหลาน. บทว่า สิวิรฏฺเ ปสาสตุ ความว่า ขอพระเวสสันดรนั้นจงเป็นราชาปกครองในพระนครนี้. พระชาลีราชกุมารกราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ พระชนกของหม่อมฉันคงจัก ไม่เสด็จมาเป็นพระราชาของชาวสีพี เพราะถ้อยคำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka