บทว่า นิราสตฺตี บุคคลผู้ไม่มีตัณหาเครื่องเกี่ยวข้อง คือไม่มี
ตัณหา. บทว่า วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ผู้มีปกติเห็นวิเวกในผัสสะทั้งหลาย
ได้แก่เห็นวิเวก ในความเป็นตนเป็นต้น ในจักษุสัมผัสเป็นต้น อันเป็น
ปัจจุบัน. บทว่า ทิฏฺีสุ จ น นิยฺยติ และไม่ถูกนำไปในเพราะทิฏฐิ
ทั้งหลาย ได้แก่ไม่ถูกนำไปในเพราะทิฏฐิอย่างใดอย่างหนึ่งในทิฏฐิ ๖๒.
บทว่า วิปริณตํ วา วติถุํ น โสจติ ไม่เศร้าโศกถึงวัตถุที่แปรปรวน
คือละภาวะเดิมแล้วย่อมไม่ถึงความเศร้าโศกในวัตถุไร ๆ ที่เสื่อมไป. บทว่า
วิปริณตสฺมึ วา คือ เมื่อวัตถุแปรปรวนไปแล้ว . บทว่า จกฺขุสมฺผสฺโส
ได้แก่ ผัสสะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ ทำจักษุให้เป็นวัตถุ ชื่อว่า จักขุ-
สัมผัส. แม้ในผัสสะที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน . อนึ่ง ในบทนี้ผัสสะที่มีใน
ก่อน ก็มีจักขุประสาทเป็นต้นเป็นวัตถุทั้งนั้น. มโนสัมผัส มีหทยะเป็นวัตถุ
ก็มี ไม่มีวัตถุก็มี ทั้งหมดเป็นผัสสะเป็นไปในภูมิ ๔. บทว่า อธิวจน-
สมฺผสฺโส คือ เป็นชื่อของสัมผัสนั้นโดยปริยาย. เพราะอรูปขันธ์ ๓ อย่าง
หมุนไปตามข้างหลังเอง ย่อมทำชื่อของสัมผัสที่เกิดพร้อมกับตนว่าอธิวจน-
สัมผัส. บทว่า ปฏิฆสมฺผสฺโส ปฏิฆสัมผัสโดยนิปริยาย สัมผัสเป็นไปใน
ปัญจทวาร ชื่อปฏิฆสัมผัส สัมผัสเป็นไปในมโนทวาร ชื่อว่าอธิวจนสัมผัส.
บทว่า สุขเวทนีโย ผสฺโส ได้แก่ ผัสสะอันเกิดขึ้นเกื้อกูลแก่สุขเวทนา.
แม้ในสัมผัสทั้งสองนอกจากนี้ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า กุสโล ผสฺโส
ผัสสะอันเป็นกุศล ได้แก่ผัสสะอันเกิดพร้อมกับกุศลจิต ๒๑. บทว่า อกุสโล
ผัสสะเป็นอกุศล ได้แก่ผัสสะอันเกิดพร้อมกับอกุสลจิต ๑๒. บทว่า
อุพฺยากโต ผัสสะอันเป็นอัพยากฤต ได้แก่ผัสสะอันเกิดพร้อมกับอัพยากต-
จิต ๕๖. บทว่า กามารจโร ผัสสะอันเป็นกามาวจร ได้แก่ผัสสะอัน