Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 271

เล่ม มมร. 66 หน้า 271 ข้อ 699
ในบทเหล่านั้น บทว่า สมฺมตึ คือ ทิฏฐิ. บทว่า อโนนํ คือ ไม่พร่อง. เมื่อสมณพราหมณ์เหล่านี้ กล่าวธรรมของตนว่า เป็นธรรมบริบูรณ์ กล่าว ธรรมของตนอื่นว่าเลว พึงทราบความว่า หากว่าบุคคลเป็นคนเลว เพราะคำที่ผู้อื่นตำหนิดังนี้เป็นต้น. บทนั้นมีความดังนี้ ผิว่า บุคคลพึงเป็นคนเลว เพราะเหตุที่ผู้อื่น ตำหนิไซร้ ใคร ๆ ก็ไม่พึงเป็นผู้วิเศษ คือ เลิศในธรรมทั้งหลาย เพราะ อะไร เพราะปุถุชนย่อมกล่าวธรรมของผู้อื่น โดยความเป็นธรรมเลว ชนทั้งหลายเป็นผู้กล่าวยืนยันในธรรมเป็นทางดำเนินของตนเท่านั้น. บทว่า วมฺภยิตการณา เพราะเหตุที่ผู้อื่นตำหนิ คือ เพราะถูกกำจัด. บทว่า ครหิตการณา เพราะเหตุที่ผู้อื่นติเตียน คือ เพราะเหตุที่ตน ทำความลามกไว้. บทว่า อุปวทิตการณา เพราะเหตุที่ผู้อื่นค่อนคือด่า. บทว่า สกายนํ คือ ทางดำเนินของตน. มีอะไรที่จะกล่าวอีก มีดังต่อไปนี้. พึงทราบคาถาว่า สธมฺมบูชา การบูชาธรรมเป็นทางดำเนินของ ตนต่อไป. บทนั้นมีความดังนี้ ก็แม้การบูชาธรรมของสมณพราหมณ์ เหล่านั้นย่อมเป็นของจริง เหมือนดังพวกเดียรถีย์เหล่านั้นสรรเสริญธรรม เป็นทางดำเนินของตน เพราะพวกเขานับถือบูชาศาสดาเป็นต้นอย่างยิ่ง ผิว่า พวกเขาพึงถือเป็นประมาณในข้อนั้นได้ เมื่อเป็นอย่างนั้น วาทะ ทั้งหมดก็พึงเป็นของจริง. เพราะอะไร. เพราะความหมดจดของสมณ- พราหมณ์เหล่านั้นเป็นของเฉพาะตัวเท่านั้น. ความสำเร็จนั้นย่อมไม่สำเร็จ ในบุคคลอื่น แม้โดยปรมัตถ์ก็ไม่มี. เพราะความหมดจดนั้นเป็นเพียง ยึดถือด้วยความเห็นเท่านั้น ของสมณพราหมณ์เหล่านั้น ผู้มีปัญญาอัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka