Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 3

เล่ม มมร. 67 หน้า 3 ข้อ 13 14 15 16 17 18
[๑๓] พาวรีพราหมณ์ดำริว่า เทวดานี้อาจรู้ได้ในบัดนี้ (กล่าว ว่า) ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกศีรษะและธรรมอัน ให้ศีรษะตกไปแก่ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะขอฟังคำของ ท่าน. [๑๔] แม้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักศีรษะและธรรมอันให้ศีรษะตกไป ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ความเห็นซึ่งศีรษะและ ธรรมอันให้ศีรษะตกไป ย่อมมีแก่พระชินเจ้าทั้งหลาย เท่านั้น. [๑๕] พา. ก็ในบัดนี้ ใครในปฐพีมณฑลนี้ย่อมรู้จักศีรษะ และธรรมอันให้ศีรษะตกไป ดูก่อนเทวดา ขอท่านจงบอก ท่านผู้นั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด. [๑๖] เท พระสักยบุตร เป็นวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จออกจากเมืองกบิลพัสดุ์บุรี เป็นพระพุทธเจ้าผู้นำ สัตวโลก เป็นผู้กระทำ (แสดง) ธรรมให้สว่าง. [๑๗] ดูก่อนพราหมณ์ พระสักยบุตรนั่นแหละ เป็น พระสัมพุทธเจ้า ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง บรรลุ กำลังแห่งอภิญญาทั้งปวง มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรง ถึงธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งธรรมทั้งปวง ทรงน้อมพระทัย ไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ. [๑๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระพุทธเจ้าใน โลก มีพระจักษุ ย่อมทรงแสดงธรรม ท่านจงไปทูลถาม พระองค์เถิด พระองค์จักทรงพยากรณ์ปัญหานั้นแก่ท่าน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka