ยัญ ปรารถนายัญ ได้ข้ามพ้นทุกข์ในวัฏฏะบ้างหรือ. บทว่า เยปิ ยญฺํ
ยชนฺติ คือ บูชายัญด้วยการให้ไทยธรรม. บทว่า ปริจฺจชนฺติ คือ สละ.
บทว่า อาสึสนฺติ หวัง คือปรารถนาได้รูปเป็นต้น. บทว่า
โถมยนฺติ ยินดี คือสรรเสริญยัญเป็นต้นโดยนัยมีอาทิว่า ทานที่ให้แล้ว
ย่อมมีผล. บทว่า อภิชปฺปนฺติ ย่อมชม คือกล่าววาจาเพื่อได้ลาภเป็นต้น.
บทว่า ชุหนฺติ คือ ย่อมบูชา. บทว่า กามาภิชปฺปนฺติ ปฏิจฺจ ลาภํ
ชมกามเพราะอาศัยลาภ คือชมกามทั้งหลายบ่อย ๆ เพราะอาศัยการได้
รูปเป็นต้น กล่าวว่า ไฉนหนอกามทั้งหลายจะพึงมีแก่เราบ้าง. อธิบายว่า
เพิ่มพูนตัณหาในกามนั้น. บทว่า ยาชโยคา ผู้ประกอบในการบูชา.
คือน้อมไปในการบูชา. บทว่า ภวราครตฺตา ยินดีแล้วด้วย ภวราคะ.
คือยินดีแล้วด้วยภวราคะนั่นเอง ด้วยความหวังเป็นต้นเหล่านี้อย่างนี้ ชื่อว่า
เป็นผู้ยินดีแล้วในภวราคะ กระทำความหวังเป็นต้นเหล่านี้. บทว่า
นาตรึสุ คือ ไม่ข้ามทุกข์ในวัฏฏะมีชาติเป็นต้นได้.
บทว่า ยญฺํ วา โถเมนฺติ คือ ชนทั้งหลายย่อมสรรเสริญการให้.
บทว่า ผลํ วา คือ การได้มีรูปเป็นต้น. บทว่า ทกฺขิเณยฺยํ วา คือ
ทักขิไณยบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยชาติเป็นต้น. บทว่า สุจิทินฺนํ คือ กระทำ
ให้สะอาดแล้วให้. บทว่า มนาปํ คือ ยังใจให้เจริญ. บทว่า ปณีตํ คือ
มีรสอร่อย. บทว่า กาเลน คือ ในกาลอันถึงพร้อมแล้วนั้น ๆ. บทว่า
กปฺปิยํ คือ เว้นสิ่งที่เป็นอกัปปิยยะแล้วให้. บทว่า อนวชฺชํ คือ ไม่มีโทษ.
บทว่า อภิณฺหํ คือ บ่อย ๆ. บทว่า ททํ จิตฺตํ ปสาทิตํ เมื่อให้จิต
ผ่องใส คือเมื่อให้ จิตขณะบริจาคก็ผ่องใส เพราะเหตุนั้น จึงสรรเสริญ
ชมเชย. บทว่า กิตฺเตนฺติ ย่อมประกาศ คือย่อมทำคุณให้ปรากฏ. บทว่า