คือผู้บูชาไทยธรรมเหล่านั้นก็มาก. บทว่า ทกฺขิเณยฺยา วา เอเต ปุถู
ทักขิไณยบุคคลก็มาก คือทักขิไณยบุคคลผู้สมควรแก่ไทยธรรมก็มาก
เหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงถึงยัญเหล่านั้นโดยพิสดาร
จึงตรัสว่า ยัญเหล่านั้นมากอย่างไร.
บทว่า อาสึสมานา หวังอยู่ คือปรารถนาในรูปเป็นต้น. บทว่า
อิตฺถตฺตํ คือ ปรารถนาความมีอยู่. อธิบายว่า ปรารถนาความเป็น
มนุษย์เป็นต้น. บทว่า ชรํ สิตา คือ อาศัยชรา. ในบทนี้ พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสถึงทุกข์ในวัฏฏะทั้งหมดด้วยหัวข้อว่า ชรา. ด้วยเหตุนั้น
ท่านจึงแสดงว่า อาศัยทุกข์ในวัฏฏะไม่พ้นจากทุกข์นั้นจึงแสวงหา. บทว่า
รูปปฏิลาภํ อาสึสมานา หวังได้รูป คือปรารถนาได้สมบัติอันเป็นบ่อเกิด
แห่งวรรณะ. แม้ในเสียงเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า ขตฺติย-
มหาสาลกุเล อตฺตภาวปฏิลาภํ หวังได้อัตภาพในตระกูลกษัตริย์มหาศาล
คือปรารถนาได้อัตภาพ คือปฏิสนธิในตระกูลมหาศาลอันเพียบพร้อมด้วย
สมบัติ. แม้ในตระกูลพราหมณ์มหาศาล ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ในบทนี้ว่า
พฺรหฺมกายิเกสุ เทเวสุ ในเทวดาที่นับเนื่องในหมู่พรหม ท่านกล่าวหมาย
ถึงส่วนเบื้องต้น. บทว่า อตฺถ คือ ในตระกูลกษัตริย์เป็นต้น. บทว่า
ชรนิสฺสิตา คือ อาศัยชรา. แม้ในบทมีอาทิว่า พฺยาธินิสฺสิตา อาศัย
พยาธิ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ด้วยบทเหล่านี้ เป็นอันทรงแสดงถือเอาทุกข์
ในวัฏฏะทั้งหมด.
ยัญนั้นแหละคือทางยัญ ในบทนี้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้นิรทุกข์ ผู้บูชายัญเหล่านั้นไม่ประมาทแล้วในทางยัญ ได้ข้ามพ้นแล้วซึ่ง
ชาติชราบ้างหรือ. ข้อนี้มีอธิบายว่า ผู้บูชายัญเหล่านั้นไม่ประมาทแล้วใน