Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 164

เล่ม มมร. 67 หน้า 164 ข้อ 209 210 211
[๒๐๙] คำว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจง . . . ทำความเพียร ความว่า ท่านจงทำความเพียร ทำความหมั่น ทำความเป็นผู้มีความหมั่น ทำความ พยายาม ทำความทรงจำ ทำความเป็นผู้กล้า ยังฉันทะให้เกิด ให้เกิด พร้อม ให้เข้าไปตั้งไว้ ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจง . . . ทำความเพียร. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า โธตกะ ใน อุเทศว่า โธตกาติ ภควา. คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯ ล ฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ตอบว่า ดูก่อนโธตกะ. [๒๑๐] คำว่า อิธ ในอุเทศว่า " อิเธว นิปฺปโก สโต " ดังนี้ คือในทิฏฐินี้ ในความควรนี้ ในความชอบใจนี้ ในความถือนี้ ในธรรม นี้ ในวินัยนี้ ในธรรมวินัยนี้ ในปาพจน์นี้ ในพรหมจรรย์นี้ ในสัตถุ- ศาสน์นี้ ในอัตภาพนี้ ในมนุษยโลกนี้. คำว่า นิปโก ความว่า เป็นผู้มีปัญญา คือ เป็นบัณฑิต มีความรู้ มีความตรัสรู้ มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส. คำว่า สโต ความว่า มีสติด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ มีสติเจริญ สติปัฏฐานเครื่องพิจารณาเห็นกายในกาย ฯ ล ฯ ผู้นั้นตรัสว่า มีสติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญา มีสติ . . . ในทิฏฐินี้นี่แหละ. [๒๑๑] คำว่า ได้ฟังคําแต่ปากเรานี้แล้ว ความว่า ได้ยิน คือ ได้ฟัง ศึกษา เข้าไปทรงจำ เข้าไปกำหนดแล้วซึ่งถ้อยคำ คำเป็นทาง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka