เทศนา อนุสนธิ ของเรา แต่ปากเรานี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคล
ได้ฟังคำแต่ปากเรานี้แล้ว.
[๒๑๒] สิกขา ในคำว่า สิกฺเข ในอุเทศว่า " สิกฺเข นิพฺพาน-
มตฺตโน " ดังนี้ มี ๓ คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา
ฯ ล ฯ นี้ ชื่อว่า อธิปัญญาสิกขา.
คำว่า นิพฺพานมตฺตโน ความว่า พึงศึกษาแม้อธิศีล แม้อธิจิต
แม้อธิปัญญา . . . สมาทานปฏิบัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงศึกษา
นิพพานเพื่อตน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
ถ้าเช่นนั้น ท่านจงเป็นผู้มีปัญญา มีสติ ทำความ
เพียรในทิฏฐินี้นี่แหละ บุคคลได้ฟังคำแต่ปากเรานี้แล้ว
พึงศึกษานิพพานเพื่อตน.
[๒๑๓] ข้าพระองค์ย่อมเห็นพระองค์ผู้เป็นเทพ ผู้ไม่มีเครื่อง
กังวล เป็นพราหมณ์ เที่ยวอยู่ในมนุษยโลก ข้าแต่
พระองค์ผู้มีพระสมันตจักษุ ข้าพระองค์ขอนมัสการ
พระองค์นั้น ข้าแต่พระสักกะ ขอพระองค์จงปลดเปลื้อง
ข้าพระองค์ จากความสงสัยทั้งหลาย.
[๒๑๔] เทพ ในคำว่า เทว ในอุเทศว่า " ปสฺสามหํ เทว-
มนุสฺสโลเก " ดังนี้ มี ๓ คือ สมมติเทพ ๑ อุปบัติเทพ ๑ วิสุทธิ-
เทพ ๑.
สมมติเทพเป็นไฉน พระราชา พระราชกุมารและพระเทวี เรียก
ว่า สมมติเทพ.