Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 268

เล่ม มมร. 67 หน้า 268 ข้อ 387
คลายกำหนัด. บทว่า วิมุจฺจิตุํ คือ เพื่อหลุดพ้น. บทว่า วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ วัฏฏะจักเป็นไป คือ วัฏฎะเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นไปแล้วในสงสาร จัก เป็นไปในอนาคต. บทว่า ตโต ปรํ น วตฺติสฺสติ พ้นจากนั้นจักไม่ เป็นไป คือ ความเป็นไปในสงสารในอนาคต พ้นจากนั้นจักไม่เป็นไป. บทว่า ชาติภเย คือ ภัยอาศัยชาติเกิดขึ้น แม้ในชราเป็นต้น ก็มีนัยนี้ เหมือนกัน. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่ กัปปมาณพ จึงได้ตรัสคาถาทั้งหลายต่อ ๆ ไป. คาถาที่ ๒ มีความได้ กล่าวไว้แล้ว. พึงทราบความคาถาที่ ๓ ต่อไป. บทว่า อกิญฺจนํ ไม่มีกิเลสเครื่อง กังวล คือ ตรงกันข้ามกับกิเลสเครื่องกังวล. บทว่า อนาทานํ ไม่มี ตัณหาเครื่องถือมั่น คือ ตรงกันข้ามกับตัณหาเครื่องถือมั่น. อธิบายว่า เข้าไปสงบกิเลสเครื่องกังวลและตัณหาเครื่องถือมั่น. บทว่า อนาปรํ ไม่ ใช่ธรรมอย่างอื่น คือ เว้นจากธรรมที่เสมอกันเช่นกัน อย่างอื่น. อธิบาย ว่า เป็นธรรมประเสริฐที่สุด. พึงทราบความในคาถาที่ ๔. บทว่า น เต มารสฺส ปฏฺคู พระ- ขีณาสพเหล่านั้นไม่ไปบำรุงมาร คือ ไม่เที่ยวบำรุง บำเรอ รับใช้มาร. ชื่อว่า มาร เพราะประกอบมหาชนไว้ในบาปแล้วให้ตาย. ชื่อว่า มี ธรรมดำ เพราะเป็นผู้ประกอบในอกุศลกรรม. ชื่อว่า ผู้เป็นใหญ่ เพราะ เป็นใหญ่ในเทวโลกทั้ง ๖. ข้อว่า อนฺตคู เพราะเป็นผู้ไปสู่ที่สุดแห่ง อกุศลกรรม. ชื่อว่า นมุจิ เพราะไม่ปล่อยมหาชน. ชื่อว่า เป็นพวกพ้อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka