คลายกำหนัด. บทว่า วิมุจฺจิตุํ คือ เพื่อหลุดพ้น. บทว่า วฏฺฏํ วตฺติสฺสติ
วัฏฏะจักเป็นไป คือ วัฏฎะเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นไปแล้วในสงสาร จัก
เป็นไปในอนาคต. บทว่า ตโต ปรํ น วตฺติสฺสติ พ้นจากนั้นจักไม่
เป็นไป คือ ความเป็นไปในสงสารในอนาคต พ้นจากนั้นจักไม่เป็นไป.
บทว่า ชาติภเย คือ ภัยอาศัยชาติเกิดขึ้น แม้ในชราเป็นต้น ก็มีนัยนี้
เหมือนกัน.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่
กัปปมาณพ จึงได้ตรัสคาถาทั้งหลายต่อ ๆ ไป. คาถาที่ ๒ มีความได้
กล่าวไว้แล้ว.
พึงทราบความคาถาที่ ๓ ต่อไป. บทว่า อกิญฺจนํ ไม่มีกิเลสเครื่อง
กังวล คือ ตรงกันข้ามกับกิเลสเครื่องกังวล. บทว่า อนาทานํ ไม่มี
ตัณหาเครื่องถือมั่น คือ ตรงกันข้ามกับตัณหาเครื่องถือมั่น. อธิบายว่า
เข้าไปสงบกิเลสเครื่องกังวลและตัณหาเครื่องถือมั่น. บทว่า อนาปรํ ไม่
ใช่ธรรมอย่างอื่น คือ เว้นจากธรรมที่เสมอกันเช่นกัน อย่างอื่น. อธิบาย
ว่า เป็นธรรมประเสริฐที่สุด.
พึงทราบความในคาถาที่ ๔. บทว่า น เต มารสฺส ปฏฺคู พระ-
ขีณาสพเหล่านั้นไม่ไปบำรุงมาร คือ ไม่เที่ยวบำรุง บำเรอ รับใช้มาร.
ชื่อว่า มาร เพราะประกอบมหาชนไว้ในบาปแล้วให้ตาย. ชื่อว่า มี
ธรรมดำ เพราะเป็นผู้ประกอบในอกุศลกรรม. ชื่อว่า ผู้เป็นใหญ่ เพราะ
เป็นใหญ่ในเทวโลกทั้ง ๖. ข้อว่า อนฺตคู เพราะเป็นผู้ไปสู่ที่สุดแห่ง
อกุศลกรรม. ชื่อว่า นมุจิ เพราะไม่ปล่อยมหาชน. ชื่อว่า เป็นพวกพ้อง