Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 326

เล่ม มมร. 67 หน้า 326 ข้อ 466
อักษรเป็น ท อักษร. อนึ่ง บทว่า สทตฺโถ พึงทราบว่า คือพระอรหัต. จริงอยู่ พระอรหัตนั้นท่านกล่าวว่า ประโยชน์ตน เพราะอรรถว่า เข้าไป ผูกพันกับตน เพราะอรรถว่า ไม่ละตน และเพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ของตน. เป็นผู้หนักในประโยชน์ตน ด้วยอำนาจการเข้าถึงผลสมาบัติ. อาจารย์พวกนี้กล่าวว่า เป็นผู้หนักในนิพพาน. บทว่า อรโช คือ ไม่มี กิเลส. บทว่า วิรโช คือ ปราศจากกิเลส. บทว่า นิรโช คือ นำ กิเลสออกไปแล้ว. ปาฐะว่า วีตรโช บ้าง. มีความอย่างเดียวกัน. บทว่า รชาปคโต คือ เป็นผู้ไกลจากกิเลส. บทว่า รชวิปฺปหีโน คือ เป็นผู้ละ กิเลสได้แล้ว. บทว่า รชวิปฺปมุตฺโต คือ เป็นผู้พ้นจากกิเลสทั้งหลาย. บทว่า ปาสาณเก เจติเย ณ ปาสาณกเจดีย์ คือ ณ ที่ที่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าทรงแสดงปารายนสูตรบนหลังแผ่นหิน. บทว่า สพฺโพสฺสุกฺกปฏิ- ปสฺสทฺธตฺตา เพราะพระองค์ทรงระงับความขวนขวายทั้งปวงแล้ว คือ พระองค์ชื่อว่าประทับอยู่ เพราะพระองค์ทรงระงับความขวนขวาย คือ อาสวะทั้งปวงได้แล้ว คือทำให้สูญสิ้นไป. บทว่า กิจฺจากิจฺจํ กิจน้อย ใหญ่ คือพึงคิดด้วยใจอย่างนี้ว่า สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ ดังนี้. บทว่า กรณียากรณียํ คืล กรรมที่ควรทำและกรรมที่ไม่ควรทำอย่างนี้ว่า กรรมนี้เป็นไปทางกายทวารควรทำ กรรมนี้ไม่ควรทำ. บทว่า ปหีนํ ละแล้ว. คือสละแล้ว. บทว่า วสิปฺปตฺโต ถึงความชำนาญ คือถึง ความเป็นผู้คล่องแคล่ว. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะอุทยมาณพได้จตุตถฌาน ฉะนั้น เมื่อจะทรงแสดงวิโมกข์คือพระอรหัตโดยประการต่างๆ ด้วยอำนาจ แห่งฌานที่อุทยมาณพนั้นได้แล้ว จึงตรัสพระคาถาทั้งหลายต่อไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka